ปล่อยฟันผุเรื้อรัง อาจก่อ “มะเร็งช่องปาก” ได้ เช็ก 5 สัญญาณเสี่ยงมะเร็ง
ช่องปากและฟัน มักเต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรีย การไม่ดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้สะอาด แน่อนว่า ฟันผุมาแน่นอน ซึ่งปัญหาเล็กๆ อาจก่อเป็นโรคใหญ่อย่าง“มะเร็งในช่องปาก” ได้
รู้หรือไม่ ? สุขภาพฟันที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นฟันผุเรื้อรัง ฟันหัก ฟันบิ่น ฟันแตก ล้วนมีผลให้เกิดการระคายเคืองของเนื้อเยื่อบุช่องปาก เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือการอักเสบต่อเนื่อง โดยปล่อยปะละเลยไม่ได้รับการรักษาจนเรื้อรัง ก็อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน
อาการ “มะเร็งในช่องปาก” ที่สังเกตได้
- แผลเรื้อรังรักษาไม่หาย หรือเป็นมานานกว่า 2-3 สัปดาห์
- มีฝ้าขาวๆ หรือฝ้าแดง บริเวณเยื่อบุในช่องปาก หรือลิ้น
- มีตุ่ม หรือก้อนในช่องปาก โดยขนาดของก้อนนั้นจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมักไม่มีอาการเจ็บปวด
- มีก้อนบริเวณลำคอ แต่กดแล้วไม่เจ็บ ซึ่งอาจเกิดจากการลุมลามของเซลล์มะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง
- บางรายอาจมีอาการฟันโยก หรือฟันหลุด เนื่องมาจากมีก้อนเนื้องอกเกิดขึ้นบริเวณเหงือก เพดานปาก และพื้นปาก
ดูแลตนเองอย่างไร...ไม่ให้เสี่ยง “มะเร็งช่องปาก”
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง เช่น งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่กินหมากกินพลู
- รักษาสุขภาพช่องปากและฟัน โดยการแปรงฟันแบบถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง รวมทั้งบ้วนปากหลังอาหารทุกมื้อ
- หากมีปัญหาเรื่องฟันหัก ฟันบิ่น ฟันเก หรือฟันผุ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษา อย่าปล่อยให้เนื้อเยื่อถูกครูดสะสมไปนานๆ จนกลายเป็นมะเร็ง
- สำหรับผู้ที่ใส่ฟันปลอม ควรถอดฟันปลอมออกมาล้างทำความสะอาดหลังมื้ออาหาร และก่อนเข้านอนควรถอดฟันปลอมออกด้วยทุกครั้ง
- เลือกทานผักใบเขียวและผลไม้สดให้มากขึ้น โดยเน้นผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี
อย่างไรก็ตามควรหมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันทุกๆ 6-12 เดือน เพื่อการตรวจพบรอยโรคเร็วและรักษาได้ทันการ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
ตัวร้ายสีสวย! “ลูกอม-ลูกกวาด” ทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงฟันผุ-ขาดสารอาหาร
ช่องปากสำคัญ!“หมอมนูญ”ยกเคสแค่"ฟันผุ"เสี่ยงเกิดหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด
ยังลดต่ำ! โควิด-19 รอบสัปดาห์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระบบเฉลี่ยวันละ 21 คน