อากาศเย็นอย่าอาบน้ำอุ่นนาน เสี่ยงทำลายเกราะคุ้มกันผิว รับเชื้อโรคง่าย
แพทย์เตือนอาบน้ำอุ่นนานเกินไป อาจทำให้ผิวหนังแห้ง แตก ลอกสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำลายเกราะภูมิคุ้มกัน เสี่ยงรับเชื้อโรคง่ายขึ้น แนะวิธีดูแลผิวก่อนนอน
เดือนพฤจิกายน ช่วงเดือนที่อากาศเปลี่ยน เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน แดดแรงในช่วงกลางวันจนหลายคนหน้าไหม้ แต่ตกกลางคืนอากาศเย็นลงจนหลายคนสะท้าน และเลือกที่จะคลายหนาวด้วยการอาบน้ำอุ่น ซึ่งกรมอนามัยได้เตือนว่าการอาบน้ำอุ่นไม่ควรนานเกินไป อยู่ที่ 10-15 นาที ไม่ควรเกิน 30 นาที กำลังเหมาะสม เพราะการอาบน้ำนานเกินไปจะทำให้ผิวหนังแห้ง แตก ลอก ไม่ควรปรับอุณหภูมิน้ำร้อนจนเกินไป เพราะอาจทำให้เป็นหวัดได้ง่าย
หลังจากอาบน้ำอุ่นในช่วงท้ายให้อาบน้ำอุ่นสลับน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขนและปรับสมดุลผิวหนัง และหลังอาบน้ำอุ่น ควรทาครีมบำรุงผิวทันที เพื่อความชุ่มชื่นและป้องกันผิวแตก ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคผิวหนังจำนวนมากจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น ส่วนใหญ่คือผู้ป่วยโรคผิวหนังเรื้อรัง ทั้งโรคสะเก็ดงู สะเก็ดเงิน และโรคที่เกี่ยวกับเชื้อไวรัส เช่น งูสวัด เริม เนื่องจากอากาศหนาวทำให้เชื้อไวรัสเติบโตได้ดี นอกจากนี้ ยังพบปัญหาผิวแห้งเนื่องจากอากาศแห้ง ลมแรง รวมทั้งปัญหารังแคจากความแปรปรวนของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่ผิวหนังในช่วงฤดูหนาว
อย่าอาบน้ำอุ่นจัดเพราะจะทำให้สูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำลายเกราะภูมิคุ้มกัน เสี่ยงรับเชื้อโรคง่ายขึ้น
“เซ็บเดิร์ม” โรคผิวหนังคล้ายสะเก็ดเงิน สาเหตุอาการ-วิธีรักษาให้หายขาด
ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ โฟมหรือสบู่ยา เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง แต่ควรใช้ครีมอาบน้ำที่ส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์แทน และควรใช้ครีมทาผิวเพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหลังอาบน้ำภายใน 3-5 นาที หลีกเลี่ยงการใช้ครีมผลัดเซลล์ผิวหรือครีมทาผิวขาวที่ผสมกรดวิตามินเอ เพราะจะทำให้ผิวลอก แห้ง และเกิดผื่นคันมากขึ้น สำหรับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ไม่ต้องการอาบน้ำในขณะที่มีอากาศเย็น ควรเปลี่ยนมาใช้การเช็ดตัว หรือชำระล้างในที่เป็นข้อพับ หรือจุดซ่อนเร้นแทน เนื่องจากอาจมีกลิ่นอับได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโลและกรมอนามัย
ภาพจาก Freepik