เช็กด่วน! 4 สัญญาณเตือน “ริดสีดวงทวาร” เปิดสาเหตุจากพฤติกรรมต้องระวัง
เลือดออกขณะขับถ่าย…อาจเป็นสัญญาณของริดสีดวงทวาร อาการเล็ก ๆ อย่างเลือดออกขณะขับถ่าย หรือความรู้สึกไม่สบายบริเวณทวารหนัก อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ริดสีดวงทวาร” ที่ไม่ควรถูกมองข้าม
ริดสีดวงทวาร หรือ Hemorrhoids คือภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดการบวมและโป่งพอง สามารถเกิดได้ทั้งบริเวณภายในและภายนอกทวารหนัก แม้ในระยะเริ่มต้นอาจไม่ใช่โรครุนแรง แต่หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิตได้
อาการของริดสีดวงที่พบบ่อย
- มีเลือดสดปนออกมากับอุจจาระ
- ปวด หรือแสบขณะขับถ่าย
- มีก้อนยื่นออกมาที่ทวารหนัก
- คัน หรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก
บางรายอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก จึงควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
สาเหตุที่อาจทำให้เกิดริดสีดวงทวาร
- ท้องผูกเรื้อรัง
- เบ่งอุจจาระแรง
- นั่งนาน โดยเฉพาะการนั่งห้องน้ำนาน
- รับประทานผักและผลไม้น้อย
- การตั้งครรภ์
- น้ำหนักตัวเกิน
ระยะของโรคริดสีดวง
- ระยะที่ 1 ไม่มีหัวริดสีดวงยื่นออกมา
- ระยะที่ 2 มีหัวริดสีดวงโผล่ขณะเบ่ง และสามารถหดกลับเองได้
- ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงยื่นออกมา และต้องใช้นิ้วดันกลับ
- ระยะที่ 4 ยื่นออกมาตลอด และไม่สามารถดันกลับได้
โดยทั่วไป ระยะที่มากขึ้นอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลด้วยแนวทางที่เฉพาะทางมากขึ้น
แนวทางการดูแลเบื้องต้น
ปรับพฤติกรรม
- เพิ่มใยอาหาร และดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา
- ไม่กลั้นอุจจาระ และหลีกเลี่ยงการเบ่งนาน
- หลีกเลี่ยงการนั่งนาน
- โดยเฉพาะการนั่งห้องน้ำนาน
- การรักษาริดสีดวง ขึ้นอยู่กับระยะของโรค
ระยะเริ่มต้น ปรับพฤติกรรม และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
ระยะปานกลาง อาจพิจารณาการรักษาเฉพาะทาง เช่น การรัดยาง
ระยะรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามความเหมาะสม
ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยให้การรักษามีความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
- มีเลือดออกขณะขับถ่ายบ่อย
- มีอาการปวดมาก หรือแสบมาก
- มีก้อนยื่นออกมาบริเวณทวารหนัก
อาการเป็นซ้ำ หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อประเมินอาการและแยกโรคอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกัน เช่น โรคลำไส้บางชนิด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาล