เคลียร์ชัด! ปลัดสธ.แจงไม่ได้สนอศบค.ถอดหน้ากากในสวนสาธารณะ
ปลัดสธ.เผยกรณีความเข้าใจผิดให้ประชาชนถอดหน้ากากอนามัยได้บางแห่ง ชี้ไม่มี เป็นเพียงข้อแนะนำหากสถานการณ์ดีขึ้นพ้นระบาดใหญ่
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณี กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเสนอ ศบค.วันที่ 18 มีนาคมนี้ ให้สามารถถอดหน้ากากอนามัยในสวนสาธารณะนั้น โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งข้อเท็จจริงจะมีการนำเสนอเรื่องขั้นตอนแผนของการพ้นสู่โรคระบาดใหญ่ เพื่อเข้าสู่โรคประจำถิ่น ซึ่งมีกรอบระยะเวลา 4 เดือน แบ่งตามเฟสเป็น 3 บวก 1
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณี สธ.เตรียมเสนอ ศบค.วันที่ 18 มี.ค.นี้ ให้สามารถถอดหน้ากากอนามัยในสวนสาธารณะนั้น โดยระบุว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งข้อเท็จจริงจะมีการนำเสนอเรื่องขั้นตอนแผนของการพ้นสู่โรคระบาดใหญ่ เพื่อเข้าสู่โรคประจำถิ่น ซึ่งมีกรอบระยะเวลา 4 เดือน แบ่งตามเฟสเป็น 3 บวก 1
โควิดวันนี้ (18มี.ค.) ยอดเสียชีวิตเพิ่ม 80 ราย ติดเชื้อรวม 27,071 ราย
ส่วนมาตรการต่างๆ ในแต่ละระยะก็จะมีการดำเนินการเพื่อป้องกันควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลดความรุนแรงที่นำไปสู่การเสียชีวิต ซึ่งพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว และไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบโดส จึงต้องมีการรณรงค์ให้ฉีดบูสเตอร์โดส และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนการและมาตรการต่างๆ ก็จะพ้นจากโรคระบาดใหญ่ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า ไม่มีอะไรเข้ามาอีก ไม่มีไวรัสกลายพันธุ์ที่รุนแรง
"เรื่องถอดหน้ากากอนามัยนั้น ข้อเท็จจริงคือ ในอนาคตหากเป็นไปตามแผน Endemic approach อาจมีการผ่อนคลายมาตรการอื่นๆ ซึ่งยกตัวอย่างว่า อย่างหน้ากากอนามัย หากจะถอดแมสก์ก็แนะนำว่าเป็นบางพื้นที่ อย่างสวนสาธารณะ แต่ไม่ใช่ว่าจะทำเลย จะเสนอ ศบค. เพราะเรื่องนี้จริงๆ เป็นข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เป็นเรื่องการป้องกันของระบบสาธารณสุข อย่างการใส่แมสก์ นอกจากป้องกันโรคโควิด โรคระบบทางเดินหายใจ ยังป้องกันโรคทางเดินอาหารจากผู้ประกอบอาหาร ที่ใส่หน้ากากอนามัยก็ช่วยเรื่องสุขอนามัยได้ รวมทั้งก็ไม่ได้มีการเสนอผ่อนคลายเรื่องคอนเสิร์ตแต่อย่างไร" ปลัดสธ.กล่าว
ดังนั้นยืนยันว่าไม่ได้มีการเสนอ ศบค. เรื่องให้ถอดหน้ากากอนามัยในสวนสาธารณะแต่อย่างใด เป็นเพียงแผนดำเนินการเมื่อเข้าสู่โรคประจำถิ่น ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น เพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา