“มะเขือบ้า” พืชมีพิษทุกส่วน เผยสรรพคุณ-อาการรับพิษและวิธีปฐมพยาบาล
อุทาหรณ์! จ.มหาสารคาม หลังหวังดีต้มมะเขือบ้าให้สามีกินหวังให้เลิกเหล้าได้ แต่หวิดดับ เผย มะเขือบ้า เป็นพิษทุกส่วนไม่ควรกิน!
จากกรณีชาวจ.มหาสารคาม ต้มมะเขือบ้าให้สามีกินหวังให้เลิกเหล้าที่ติดมานานและได้รับคำแนะนำจากเพื่อนบ้าน โดยเริ่มกินตอนประมาณ 09.00 และเริ่มมีอาการผิดปกติตอนช่วงบ่ายโมงกว่า ๆ มีอาการปากแข็ง สับสนมึนงง เหมือนคนเมา ถามตอบพูดจาไม่รู้เรื่อง มือเท้าเกร็ง ผู้ป่วยผุดลุกผุดนั่ง เหมือนไม่รู้ตัว ขอบตาแดง ตัวแดง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม โชคดีรักษาทันและเตรียมออกจากโรงพยาบาลแล้ว
มะเขือบ้า หรือ หลายคนรู้จักในชื่อ ลำโพงขาว ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Datura alba Nees เป็นพืชล้มลุก ลักษณะคล้ายต้นมะเขือพวง ผลของมะเขือบ้า มีสีเขียว ลักษณะมีมีหนามเล็กๆ ซึ่งเป็นพืชที่มีพิษทุกส่วนของต้น
สรรพคุณมะเขือบ้า
- ใช้ ใบ รสขมเมาเบื่อ ตำพอกฝี ทำให้ยุบ
- แก้สะอึกในไข้พิษไข้กาฬ
- ยาพอกแก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน
- แก้แผลเรื้อรัง แก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้พิษฝี แก้ปวดแสบบวมที่แผล
จากข้อมูลพบว่าทุกส่วนของมะเขือบ้า ของลำต้น ใบ ดอก มีคุณสมบัติ เป็นพิษทั้งสิ้น เช่น ลำโพงที่มีชื่อว่า Datura stramonium มีอัลคาลอยด์ (alkaloid) หลายชนิดรวมกันประมาณ 0.7 % ได้แก่ hyoscyamine, atropine, belladonine และ scopolamine
สารพิษในมะเขือบ้าไม่สามารถทำลาย ด้วยความร้อน เมื่อแก่เต็มที่จะแตกออก จะมองเห็น เป็นกระเปาะราว 4 กระเปาะ ภายในจะมีเมล็ดสีน้ำตาลอมส้มหรือ สีเทาดำ ประมาณ 50-100 เมล็ด เมล็ดลำโพงมีพิษสูงมาก เมล็ดลำโพง 10 เมล็ดจะมีปริมาณของ atropine 1 มิลลิกรัม
การเกิดพิษจากมะเขือบ้า
จะแสดงอาการแสดงภายใน 30 นาที – 1 ชั่วโมง หลังจากกินเมล็ดลำโพง หรือส่วนต่าง ๆ ของลำโพง และอาการจะดำเนินต่อไปอีก 2-3 วันเนื่องจากสารอัลคาลอยด์ (alkaloid) ในลำโพงจะออกฤทธิ์อย่าง ช้า ๆในระบบทางเดินอาหาร
อาการเบื้องต้นพิษมะเขือบ้า
- พบบ่อยคือปากคอแห้ง กระหายน้ำ กลืนอาหาร และน้ำด้วยความยากลำบาก
- ต่อมา สายตาพร่ามัว ระบบประสาทกลางถูกกระตุ้น
- มีอาการประสาทหลอน เคลิบเคลิ้ม เพ้อ เห็นสิ่งประหลาดต่าง ๆ นานาอย่างน่าสะพรึงกลัว เช่น เห็นแมลง จำนวนมากมายอยู่บนผนัง หรือเห็นปลาฉลามกำลังไล่ล่ามนุษย์ อย่างน่ากลัว
- หัวใจเต้นเร็ว อุณหภูมิในร่างกายสูงผิดปรกติ
- ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ผิดปกติในระหว่างเกิดอาการ
- อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
การรักษาพิษมะเขือบ้า
- ควบคุมทางเดินการหายใจและการหายใจ ช่วยลดการดูดซึมสารพิษโดยให้ activated charcoal ล้างท้อง และตามด้วยการสวนถ่ายท้อง (saline catharsis)
- ลดการออกฤทธิ์ของ atropine และสารอื่นที่มีฤทธิ์ต่อระบบระสาทส่วนกลาง และส่วนปลาย โดยให้ physostigmine salicylate ทางเส้นเลือด 1 mg ใน 5 ml saline ในเด็กใช้ขนาดลดลง ให้มากกว่า 2 นาทีขึ้นไป ควบคุม ECG ให้ยาไม่เกิน 2 mg ในเด็ก และในผู้ใหญ่ไม่เกิน 6 mg ภายใน 30 นาที (การใช้ bradycardia convulsion or severe bronchoconstriction ก็ให้ฉีด atropine 1 mg ทันที)
- รักษาแบบประคับประคอง แก้อาการทั่วไป โดยดื่มน้ำหรือให้ทางเส้นเลือดเพื่อเพิ่มปัสสาวะถ้าคนไข้ปัสสาวะไม่ออก ต้องสวนเพื่อไม่ให้กระเพาะปัสสาวะแตก
ขณะที่ เพจ กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความว่า ระวัง! พิษร้ายจากลูกลำโพงกาสลัก (มะเขือบ้า) เป็นพืชที่มีพิษสูงในกลุ่ม Anticholinergic สารพิษหลักได้แก่ Atropine, Scopolamine, และ Hyoscyamine ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจอย่างรุนแรง อาการพิษที่พบได้ คือ ปากแห้ง คอแห้ง ม่านตาขยาย สู้แสงไม่ได้ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระสับกระส่าย สับสน หรือเกิดอาการประสาทหลอน ในกรณีรุนแรงอาจชักหรือหมดสติ
การรักษาเบื้องต้น
- ห้ามทำให้อาเจียน เพราะอาจเสี่ยงต่อการสูดสำลักสารพิษ
- พาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
- หากหมดสติและไม่หายใจ ให้ทำ CPR โดยเร็ว
- ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเจือจางสารพิษ (หากยังมีสติ) ลูกลำโพงกาสลัก (มะเขือบ้า) มีพิษร้ายแรง ห้ามรับประทาน และควรป้องกันเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไม่ให้เข้าใกล้
หากได้รับพิษ รบส่งโรงพยาบาลทันที ในกรณีฉุกเฉิน โทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทันที ปกป้องชีวิตด้วยความรู้ที่ถูกต้อง!
ขอบคุณข้อมูลจาก : โครงการอนุรักษ์พันธกรรมพืช และ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี