รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยกรณี ‘นายธนาธร’ โอนทรัพย์สิน 5,000 ล้านบาท ให้ blind trust นั้น จะทำให้ตรวจสอบไม่ได้ เพราะมองไม่เห็น แนะวิธีที่จัดการผลประโยชน์ทับซ้อน คือ การขายขาด
วันนี้ (18 มี.ค.62) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุคส่วนตัว Korn Chatikavanij ถึงกรณีการแถลงข่าวเรื่อง “blind trust” ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยระบุว่า จากการแถลงข่าวเรื่อง “blind trust” ของคุณธนาธร ทำให้มีสื่อบางรายได้ทักท้วง สรุปความได้ว่า การอ้างว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้ เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เคยมีนักการเมืองอีกหลายท่าน รวมทั้งตนด้วย เคยทำเช่นนี้มาก่อนแล้ว
โดยตนขอชี้แจงตามนี้ว่า
1. “Blind Trust” ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่คุณธนาธรลงนามไปนั้น ไม่ใช่ blind trust
2. คุณธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ตนก็เคย และวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ตนก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน
3. ตนเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ปปช. ตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการรายงานบัญชีทรัพย์สิน
4. แต่หลายปีมาแล้วตนได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามที่จะทำ คือตนยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะตนคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า ตนคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ ‘มองไม่เห็น’ เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> "ธนาธร" โอน 5,000 ล้านให้ Blind Trust แสดงความบริสุทธิ์ใจบนเส้นทางการเมือง
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า จริง ๆ แล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด (แต่อย่าขายให้ nominee กันอีกนะครับ) แต่หากไม่ขาย ตนว่าที่ดีที่สุดคือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรคือการโอนเข้าไปในที่ ๆ ‘มองไม่เห็น’
ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> กองทุน “Blind trust” แยกการเมืองจากธุรกิจได้จริงหรือ
ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก ได้ที่นี่