ความหวังสตาร์ทอัพเกษตรเพิ่มขีดความสามารถสู่เวทีโลก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




NIA ผนึก 12 องค์กรพันธมิตร ดำเนินโครงการInno4Farmers:The First AgTech Co-creation Program เปิดรับสตาร์ทอัพภาคเกษตรที่มีเทคโนโลยีดีพเทคตั้งแต่วันนี้ถึง 12 ก.ค นี้หวังเชื่อมต่อความร่วมมือองค์กรภาคเกษตรชั้นนำของประเทศ เพื่อนำนวัตกรรมมาแก้ปัญหาและยกระดับภาคเกษตรไทยให้แข่งขันในเวทีโลกได้

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) หรือ NIA โดยศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร (Agro Business Creative Center, ABC center) เปิดเผยถึง โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพเกษตรในแบบ Co-creation ว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ "เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพได้ทำงานจริงร่วมกับองค์กรพันธมิตรชั้นนำในภาคธุรกิจการเกษตรที่จะมาร่วมเป็นที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจผ่านประสบการณ์และมุมมองการหาปัญหาที่แท้จริงรวมทั้งร่วมสร้างสรรค์แนวทางการทำต้นแบบผลิตภัณฑ์ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดีฟเทคให้เกิดการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรในแนวทางใหม่ๆ รวมถึงการต่อยอดและเชื่อมต่อทางธุรกิจร่วมกันได้ต่อไป"

NIA ชี้ไทยยังขาด “สตาร์ทอัพหน้าใหม่” ที่มีคุณภาพ

ซึ่งมีเป้าหมาย ให้สตาร์ทอัพด้านการเกษตรพัฒนานำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรกเข้ามาช่วยในเรื่องของผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต นำไปสู่ดการลดต้นทุน แต่เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายเกษตร 4.0 และ BCG model ของรัฐบาล อีกทั้งช่วยยกระดับภาคเกษตรไทยให้แข่งขันในเวทีโลกได้

ครม.ทุ่มงบ 3,200 ล้าน หวังใช้วิทยาศาสตร์ “สร้างคน แก้จน เสริมแกร่ง”

นอกจากนั้นแล้ว กลุ่ม สตาร์ทอัพเหล่านี้จะได้ปรึกษาด้านธุรกิจกับ 12บริษัท ที่ครอบคลุมด้านการเกษตรสำคัญของประเทศไทยคือ เช่น กลุ่มข้าว ได้แก่ 1) บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด2) บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด กลุ่มมันสำปะหลัง ได้แก่ 3) บริษัท สงวนวงษ์ อุตสาหกรรม จำกัด กลุ่มอ้อย ได้แก่ 4) บริษัท น้ำตาล บุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มปาล์ม ได้แก่ 5) กลุ่มทักษิณปาล์มกลุ่มผลไม้ ได้แก่ 6) บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มข้าวโพด ได้แก่ 7) บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน)8) บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด กลุ่มปศุสัตว์ 9) บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)กลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ 10) บริษัท มานิตย์ เจเนติกส์ จำกัดกลุ่มเพาะปลูกผัก ได้แก่ 11) บริษัท เอซีเค ไฮโดรฟาร์ม จำกัด และกลุ่มเครื่องจักรทางการเกษตร ได้แก่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด

นายกฯ แนะนำวิจัย-นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ

สำหรับสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการอยู่ในระยะเริ่มต้น ที่ต้องมีเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเอง และเป็นเทคโนโลยีในเชิงลึก เช่น กลุ่มที่Artificial Intelligent, Big data -IoT-Sensors, Drones, Robotics เป็นต้นเป็นต้น ตลอดระยะเวลาโครงการสตาร์ทอัพจะได้รับประสบการณ์ในการทำงานจริงกับองค์กรชั้นนำ และได้รับโจทย์ทางธุรกิจจริงๆ จากองค์กรที่ร่วมโครงการ โดยจะมีการให้ความรู้ทั้งทางด้านธุรกิจและต่อยอดทางด้านเทคโนโลยี ทำให้เทคโนโลยีที่มีนั้นแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ให้คำแนะนำตลอดโครงการ เพื่อให้สตาร์ทอัพสามารถแก้ปัญหาของอุตสาหกรรมได้อย่างตรงจุด และสามารถต่อยอดธุรกิจต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

ทั้งนี้เปิดรับสมัครสตาร์ทอัพตั้งแต่วันนี้ ถึง 12 กรกฎาคม2563 โดยสามารถสมัครร่วมโครงการผ่านทางออนไลน์ได้ http://inno4farmers.nia.or.th หรือสแกน QR codeและดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : @Inno4FarmersbyABCCenter

ไทยขึ้นอันดับ 1 เอเชีย นักลงทุนสนตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพมากสุด

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ประเด็นร้อน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ