OSP ยอดขายปี 64 กำไรลด ยอดขายโต 4.6% จ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง 0.65 บาท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




OSP ผลการดำเนินงานปี 64 ยอดขายโตสวนกระแส กำไรสุทธิ 3,254.92 ล้านาท ลดเล็กน้อย จ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังอีก 0.65 บาทต่อหุ้น 

บมจ.โอสถสภา (OSP) ยอดขาย 26,762 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,255 ล้านบาท  พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังและกำไรสะสมอีก 0.65 บาทต่อหุ้น ส่งผลทั้งปีจ่ายเงินปันผลรวม 1.1 บาท

ในปี 65 ชูกลยุทธ์สร้างการเติบโต พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ พัฒนาสินค้าตอบโจทย์นิวนอมอลไลฟ์สไตล์ จับมือพันธมิตรใหม่ๆ ต่อยอดธุรกิจ ควบคู่การบริหารงานภายใต้หลัก ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

What's Happening - โอสถสภา เปิดตัว โครงการงาน "โอสถสภา สร้างความยั่งยืน เพื่อชีวิตที่ดี ยิ่งกว่า"

ศบค.หวิดวุ่น! ผู้ว่าฯกทม.เสี่ยงติดโควิด-19

สปสช. เปิดสายด่วน 1330 เพิ่มช่วยประสาน "จัดหาเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด"

 

OSP ยอดขายปี 64 กำไรลด ยอดขายโต 4.6% จ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง 0.65 บาท

นางวรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2564 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายในเชิงบริหารจัดการท่ามกลางการระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถผลักดันผลการดำเนินงานปี 2564 ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ มียอดขายรวม 26,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจและการปรับตัวให้เข้ากับภาวะตลาดโดยใช้ข้อได้เปรียบจากการมีพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่แข็งแกร่ง และเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือ

โอสถสภาคงความเป็นผู้นำและมีส่วนแบ่งตลาดเติบโตสวนกระแสตลาด มีส่วนแบ่งในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 54.6% จากแบรนด์อันดับ 1 อย่างเอ็ม-150 รวมถึง ลิโพ และโสมอินซัม เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนอลดริงก์ ที่ประสบความสำเร็จสามารถผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลัก และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 37.3%  

ขณะเดียวกัน โอสถสภายังคงรักษาสถานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง มีสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ต่ำ และด้วยศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย อาทิ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น การล็อคดาวน์ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิทั้งปีที่ 3,255 ล้านบาท โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากการปลดล็อคดาวน์แล้วนั้น มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 47% จากไตรมาสก่อน

ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลการดำเนินงานในปี 2564 ในอัตรา 1.1 บาทต่อหุ้น เป็นจำนวนเงิน 3,304 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรกในอัตรา 0.45 บาทต่อหุ้น คงเหลือที่ต้องจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังและกำไรสะสมอีก 0.65 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเงินปันผลในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม 2565 และจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 เดือนพฤษภาคม 2565 โดยจะขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นต่อไป  

ในปี 2565 เป็นปีที่หลายๆ ฝ่ายคาดการณ์ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย และสภาวะตลาดเริ่มฟื้นตัว กลับมาสู่สถานการณ์ปกติอีกครั้ง จึงต้องเตรียมแผนการไว้ให้พร้อม เพราะเมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น บรรยากาศการบริโภคจะเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว หากใครเตรียมพร้อม เตรียมการณ์มาดี ก็จะได้เปรียบ

สำหรับโอสถสภานั้น ได้มีการวางกลยุทธ์สร้างการเติบโตไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้มีความพร้อมและสามารถตอบรับสภาวะการฟื้นตัวของตลาดได้อย่างทันที  

ราคาทองวันนี้ – 24 ก.พ. 65 วิกฤตยูเครน ดันทองพุ่ง 350 บาท

แผนงานปี 2565 โอสถสภามุ่งเน้นบริหารด้านต้นทุนผ่านโครงการ Fast Forward 10X เพิ่มศักยภาพเพื่อการเติบโต ครอบคลุมทุกมิติ  

  • การบริหารจัดการด้านต้นทุน
  • การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
  • จัดการด้านกระบวนการทำงานที่รวดเร็ว คล่องตัว
  • พัฒนาการบริหารบุคลากร ให้มีทักษะความรู้หลากหลาย มีความยืดหยุ่น ไม่หยุดเรียนรู้
  • บริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 
 นอกจากนี้ ยังมุ่งปรับ Ecosystem ขององค์กรให้พร้อมรับมือกับโอกาสและความท้าทายในอนาคต

  • สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพ (Health & Wellbeing) ประชากรสูงอายุ พฤติกรรมใหม่ๆ ของผู้บริโภค เช่น พฤติกรรมของเจเนอเรชั่นใหม่ๆ (เจนเอ็กซ์ เจนวาย เจนซี เจนอัลฟา) และการใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น
  • มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดการขายให้แข็งแรงมากขึ้น เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เอา Data มาช่วยในการตัดสินใจ
  • ปรับการทำงานให้มี Efficiency มากขึ้น เร็วขึ้น ต้นทุนลดลง
  • มองหา Inorganic Growth เพื่อต่อยอดธุรกิจ เพิ่มศักยภาพ ลดต้นทุน โดยล่าสุด บริษัทฯ สร้างโอกาสทางธุรกิจ ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างกลุ่มยันฮี บุกตลาดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชงกัญชา รวมถึงใช้เครือข่ายกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง ดูแลการจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวแบรนด์คารามูโจ้ และ สคอร์น ผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade)  และแม็คโคร รวมกว่า 400,000 แห่งทั่วประเทศ

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ