CPALL กำไรปี 64 ลดลง 19.4% ที่ 12,985 ล้านบาท เหตุมาตรการโควิดฉุดลูกค้าร้านสะดวกซื้อ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




บมจ.ซีพี ออลล์ - CPALL เผยผลดำเนินงานปี 64 ลดลง 19.4% อยู่ที่ 12,985 ล้านบาท เหตุร้านสะดวกซื้อได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ส่งผลให้จำนวนลูกค้าลดลง ขณะที่ ในปี 2565 ตั้งเป้าขยายสาขาร้านสะดวกซื้ออีก 700 สาขา

ปตท.กำไรสุทธิ 1.08 แสนล้าน จากกลุ่มปิโตร-กำไรสต๊อก 4.6 หมื่นล้าน

BDMS เผยปี 64 กำไรสุทธิ 7,936 ล้านบาท โต 10% เตรียมปันผล 0.20/หุ้น

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ชื่อหลักทรัพย์ CPALL รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2564 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 12,985 ล้านบาท  ลดลง 19.4% เมื่อเทียบจากปี 2563

โดยในปี 2564 CPALL มีรายได้รวม 587,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากปี 2563 ซึ่งในปีนี้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง

รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปสู่วิถีชีวิตไหม ทั้งนี้จากมาตรการควบคุมโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงไตรมาส 4/2564 ส่งผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ และจำนวนชั่วโมงในการเปิดใช้บริการ ขณะที่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะธุรกิจแม็คโคร ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการไว้ได้

ด้านกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการ ในปี 2564 เท่ากับ 120,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากปี 2563 สาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายสินค้าของธุรกิจแม็คโครที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน รวมถึงกำไรขั้นต้นจากธุรกิจโลตัสส์ภายหลังการรวมธุรกิจ อย่างไรก็ตามเมื่อสัดส่วนของกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ในกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในงบการเงินรวม ลดลง 21.3% จาก 21.9% เมื่อปี 2563

 

กลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ในปี 2564  มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 290,228 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 10,477 ล้านบาท หรือ 3.5% ในขณะที่ยอดขายของร้ายเดิมในปี 2564 ลดลงจากปีก่อน 6.7% เฉลี่ยต่อร้านเท่ากับ 65,928 บาท มียอดซื้อต่อบิลประมาณ 82 บาท โดยมีจำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 805 คน

กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ในปี 2564  มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ก่อนหักรายการระหว่างกันเท่ากับ 8,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการรวมธุรกิจค้าปลีก และให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเข้ามาเป็นบริษัทย่อย (โลตัสส์) ประกอบกับรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีของกลุ่มธุรกิจแม็คโคร

กลุ่มธุรกิจอื่นประกอบด้วยธุรกิจตัวแทนรับชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงตัวแทนรับฝากและถอนเงินแทนธนาคาร ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป ธุรกิจจำหน่ายและบริการอุปกรณ์ค้าปลีก และธุรกิจอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการสนับสนุนร้าน 7-Eleven เป็นหลัก ในปี 2564 มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ก่อนหักรายการระหว่างกัน 3,355 ล้านบาท ลดลง 26.2 % จากปี 2563

 

ด้านต้นทุน บริษัท มีต้นทุนการจัดหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่น เท่ากับ 120,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2563

ทั้งนี้ CPALL วางแผนลงทุนธุรกิจร้านสะดวกซื้อ โดยเปิดสาขาใหม่อีก 700 สาขา ในปี 2565 ซึ่งคาดว่าใช้งบลงทุนประมาณ 11,500 – 12,000 ล้านบาท

 

คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสดอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่ผู้มีสิทธิรับปันผลวันที่ 29 เม.ย. 2565 (XD 28 เม.ย.)  และจ่ายปันผลวันที่ 20 พ.ค. 2565

 

ราคาหุ้น CPALL ปิดตลาดวันนี้ ( 24 ก.พ.65 ) ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.59% ปิดที่ 65.75 บาท มูลค่าซื้อขาย  3,265  ล้านบาท

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ