"ค่าเงินแข็ง" เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.35 บาทต่อดอลลาร์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ค่าเงินแข็ง แรงหนุนนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น คลายกังวลเงินเฟ้อสหรัฐคาดเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยดึงดอลลาร์ร่วง แต่อาจต้องจับตาจีนล็อกดาวน์

แนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า เงินบาทอาจมีแนวโน้มผันผวนและแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดที่หนุนการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนจากโฟลว์ซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติเช่นกัน

ดาวโจนส์พุ่งกว่า 500 จุด ทองคำยืนเหนือ 1,800 คาดเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

สมาคมธนาคารไทย ออกมาตรการชะลอขึ้นดอกเบี้ยช่วยกลุ่มเปราะบาง

เงินบาทอาจไม่ได้แข็งค่าไปมากหลุดโซนแนวรับแถว 35.20 บาทต่อดอลลาร์

เนื่องจากระดับดังกล่าวเริ่มเห็นบรรดาผู้นำเข้าทยอยเข้ามาซื้อเงินดอลลาร์มากขึ้น ส่วนนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาเก็งกำไรเงินบาทแข็งค่าในช่วงก่อนหน้า ก็เริ่มที่จะเข้ามาขายทำกำไรสถานะเก็งกำไรดังกล่าว

ระมัดระวังความผันผวนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในฝั่งสินทรัพย์ EM Asia

อาจเป็นแรงกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้ หลังจากที่ผู้เล่นในตลาดบางส่วนเริ่มกลับมากังวลปัญหาการระบาดของ COVID-19 ในจีนที่เริ่มส่งผลให้มีการทยอยใช้มาตรการ Lockdown ในบางพื้นที่ ซึ่งภาพดังกล่าวได้กดดันให้ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงปรับตัวลงหนักในวันก่อนหน้า ส่วนเงินหยวน (CNY) ของจีนก็ปรับตัวอ่อนค่าลงบ้างเช่นกัน

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.20-35.45 บาท/ดอลลาร์

ผู้เล่นในตลาดกล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น (Risk-On) หลังจากที่เงินเฟ้อทั่วไป CPI ของสหรัฐฯ รวมถึงเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลแนวโน้มเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย 0.75% อย่างต่อเนื่องเพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ (ล่าสุดจาก CME FedWatch Tool ตลาดประเมินโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ราว 43% ลดลงจาก 68% ในวันก่อนหน้า)

มุมมองดังกล่าวของผู้เล่นในตลาดได้หนุนการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth นำโดย Amazon +3.5%, Apple +2.6%, Alphabet (Google) +2.6% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า +2.89% ส่วนดัชนี S&P500 ก็ปิดตลาดกว่า +2.13%

"กลุ่มลูกหนี้ใหม่กระทบ"กนง.ประกาศ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

ฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ก็พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นกว่า +0.89% นำโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth เช่นเดียวกับในฝั่งสหรัฐฯ อาทิ Adyen +3.7%, ASML +2.6%, Hermes +2.4% อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปถูกกดดันโดยความผันผวนของราคาน้ำมันที่ส่งผลให้ หุ้นกลุ่มพลังงานต่างปรับตัวลดลง Equinor -2.8%, TotalEnergies -0.6%

ตลาดบอนด์ แม้ว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังการเร่งขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ของเฟดลดลง ทว่าอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงจะยังคงหนุนโอกาสเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอยู่ ซึ่งแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้หนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ผันผวนและแกว่งตัวใกล้ระดับ 2.79%

คงมุมมองเดิมว่า จุดสูงสุดของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ นั้นได้ผ่านไปแล้วที่ระดับราว 3.50% และแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ (รวมถึงความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว) และปัญหาการเมืองสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีจากการเลือกตั้งกลางเทอมจะเป็นปัจจัยหนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเพิ่มสถานะการถือครองพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลงสู่ระดับ 2.70% ได้ในช่วงสิ้นปี

ตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ได้ปรับตัวลดลงกว่า -0.9% สู่ระดับ 105.2 จุด ตามมุมมองของตลาดที่ปรับลดโอกาสเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย 0.75% นอกจากนี้ผู้เล่นบางส่วนยังได้ลดการถือครองเงินดอลลาร์ลงบ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด

การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์และการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในช่วงแรก จะช่วยหนุนให้ราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นใกล้แนวต้านระดับ 1,820 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทว่า ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดกลับส่งผลให้ผู้เล่นบางส่วนทยอยขายทำกำไรออกมา กดดันให้ ราคาทองคำย่อตัวลงและแกว่งตัวใกล้ระดับ 1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ โฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ ดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงการซื้อ ขาย เมื่อคืนที่ผ่านมา

ไฮไลท์สำคัญที่ต้องจับตา คือ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) โดยตลาดประเมินว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม อาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.5 จุด ตามภาระค่าใช้จ่ายที่ลดลง หลังราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี แนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะในส่วนของการจ้างงาน อาจกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตได้ พร้อมกันนี้ ตลาดจะรอลุ้น รายงานเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง (U of Michigan 5-yr Inflation Expectations) โดยหากเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานปลาง ทรงตัว หรือ ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 2.9% ที่รายงานก่อนหน้า ก็จะทำให้ตลาดยิ่งมองว่า ความกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อของเฟดอาจลดลง และเฟดอาจไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย 0.75% อย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา : นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ธอส. ตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ถึงสิ้นปี 2565 หลัง กนง. ขึ้นดอกเบี้ย

รวมโปรโมชั่น Toyota Yaris Ativ ไม่ต้องดาวน์-ผ่อนนานสุด 96 เดือน

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ