คาดเงินเฟ้อพุ่งต่อ เหตุราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูง กดดันธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยแรง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




น้ำมันดิบราคากลับมาเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง จากความกังวลโอเปกลดกำลังการผลิต โบรกคาดยังคงเป็นปัจจัยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดิบขาขึ้นรอบใหม่กำลังมา โอเปกเตรียมหั่นกำลังผลิต 5 ก.ย.นี้

เฟดมุ่งแก้เงินเฟ้อมากกว่าการขยายตัวเศรษฐกิจ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวในระดับสูง โดยล่าสุดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ (BRENT) ปรับเพิ่มขึ้น 4% อยู่ที่ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล และ น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้น 3.95 ดอลลาร์ หรือ 4.2% อยู่ที่ 97.01 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากความกังวลอาจมีการลดกำลังการผลิตของ กลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก และพันธมิตร หรือ โอเปกพลัส (OPEC+) เพื่อรับมือกับการที่อิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลกอีกครั้ง หากสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับชาติตะวันตก

ขณะเดียวกันเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว จึงทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว หนุนค่าเฉลี่ยน้ำมันดิบ เบรนท์ ตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. ทยอยปรับตัวสูงที่ระดับ 98  ดอลลาร์ต่อบารเรล.

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (APSP) มองว่า กรณีดังกล่าวทำให้ความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อของหลายประเทศมีโอกาสทรงตัวใน ระดับสูงต่อ รวมถึงฐานคำนวณเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ส.ค.64 ที่ต่ำเพียง 99.6 จุด ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  ปี 2565 พบว่าเดือน ก.ค.65 อยู่ที่ 107.40 จุด หากกำหนดให้ CPI เพิ่มขึ้นในอัตราเพียง 0.76% ต่อเดือน ก็เพียงพอที่จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค.65 ปรับขึ้นหรือทรงตัวในระดับสูง 8 - 9%  

โดยประเด็นดังกล่าว ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่ง ต้องใช้นโยบายทางการเงินเชิงรุก เพื่อสกัดเงินเฟ้อต่อไป โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (FED) ที่นักลงทุนคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 จาก 2.50% เป็น 3.25% ด้วยความน่าจะเป็นระดับ 70% และมองดอกเบี้ยปลายปีจะสูงถึง 4%

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ในไทย ปี 2565 จะขยายตัว 3.5% จากปีก่อน (YoY) (เฉลี่ยหลาย สำนักอยู่ที่ 3%) ซึ่งหากพิจาณา GDP Growth ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 อยู่เพียง 2.3% และ 2.5% ตามลำดับ

ฝ่ายวิจัย APSP ประเมินว่า GDP ไทยช่วงครึ่งหลังของปีมีโอกาสเติบโต เฉลี่ย 3.6% - 4.6% จากปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการกลับมาเปิดประเทศ และการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ อาทิ โครงการคนละครึ่งเฟสที่ 5

ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเศรษฐกิจเริ่มชะลอ อาทิ สหรัฐ อังกฤษ ฯลฯ นอกจากนี้ในปี 2566 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังคาด GDP Growth ไทยเติบโตเด่น 4.0% ซึ่งสูงกว่าประมาณการของทั้งโลก GDP โลกที่เติบโตชะลอลง 2.9% ในปี

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ