ดอกเบี้ยขาขึ้น! ธนาคารพาณิชย์เร่งผุดแคมเปญเงินฝาก เสนอผลตอบแทนสูง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ธนาคารพาณิชย์-สถาบันการเงิน แข่งผุดแคมเปญเงินฝากออกใหม่ เสนออัตราผลตอบแทนสูงหวังรักษาฐานลูกค้า ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น คาดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีโอกาสปรับขึ้นสูงกว่า 0.50% ภายในไตรมาส 1 ปี66

ของจริงมาแล้ว "ดอกเบี้ยขาขึ้น" คาดกนง.ขยับอีก 0.50% ในปีนี้

ทีทีบีไดรฟ์ ไม่รอปีหน้า ปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยใหม่ เริ่ม 21 พ.ย.นี้

ภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตั้งแต่รอบการประชุมเดือนสิงหาคม และกันยายน 2565 ครั้งละ 0.25% รวมเป็น 0.50% จนทำให้ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ระดับ 1.00%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า เมื่อเดือนตุลาคม 65 ที่ผ่านมา มีการปรับอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์เริ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ

โดยจำนวนแคมเปญเงินฝากพิเศษ เริ่มมีจำนวนมากขึ้น ทั้งของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐรวมกันสูงกว่า 20 แคมเปญ ส่วนใหญ่เป็นการออกแคมเปญของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และขนาดเล็กเป็นหลัก

ทั้งนี้การเร่งขึ้นของแคมเปญเงินฝากออกใหม่สุทธิ เริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่กลางปี 65 สอดคล้องกับการเร่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ ขณะที่จำนวนแคมเปญเงินฝากออกใหม่สุทธิขยับขึ้นจากประมาณ 6-7 แคมเปญในเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2565 มาอยู่ที่ 18 แคมเปญ

นอกจากนี้แคมเปญที่ออกใหม่เดือนตุลาคม65  ยังนำเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าเดิมประมาณ 0.36-1.00% เมื่อเทียบกับแคมเปญที่ออกในช่วงเดือนมิถุนายน 65

 

ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำมาตรฐานทยอยปรับขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม 65 โดยธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์สำหรับบุคคลธรรมดา ประมาณ 0.20% และยังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 3 เดือน ถึง 36 เดือน ในกรอบประมาณ 0.10-0.75%

ทั้งนี้ยังมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของฝั่งลูกค้านิติบุคคลในเดือนตุลาคมเช่นกัน โดยปรับขึ้นราว 0.05-0.18% สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ และประมาณ 0.10-0.83% สำหรับเงินฝากประจำประเภท 3 เดือนถึง 36 เดือน

อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการเติบโตของเงินฝาก จะประคองตัวที่ประมาณ 3.6% YoY ในเดือนกันยายน 2565 เทียบกับ 4.0% ณ สิ้นปี 2564 แต่การแข่งขันด้านราคาเงินฝากที่เริ่มชัดเจนขึ้น คาดมาจากหลายสาเหตุ ได้แก่

1. การส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

 

2. ทิศทางสินเชื่อยังรักษาโมเมนตัมการขยายตัว โดย ณ สิ้นกันยายน 2565 สินเชื่อขยายตัว 5.0% YoY แม้ชะลอลงเมื่อจากสิ้นปี 2564 ที่ 6.0% แต่ก็เป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของเงินฝาก    

 

3. ปริมาณสภาพคล่องส่วนเกินที่ทยอยลดลง เห็นได้จากสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่ปรับขึ้นจาก 93.0% ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 65 มาอยู่ที่ 95.0% ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 

นอกจากนี้สัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง และปริมาณสินทรัพย์สภาพคล่องส่วนเกิน ทยอยปรับลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 65 โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการปรับพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ และการปรับลดลงของมูลค่าตราสารหนี้ที่ถือครองตามราคาตลาด ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยปรับสูงขึ้น ประกอบกับผู้ฝากเงินอาจมีการปรับเปลี่ยนการออมเงินในรูปเงินฝากบางส่วนไปลงทุนในหุ้นกู้

 

4. การออกแคมเปญเพื่อรักษาฐานลูกค้าเงินฝากกลุ่มต่าง ๆ ตามนโยบายของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง โดยมีการออกแคมเปญเงินฝากระยะยาวที่อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นในลักษณะขั้นบันไดสำหรับรองรับวัยเกษียณ หรือรับดอกเบี้ยเงินฝากคืนในลักษณะรายเดือน แคมเปญเงินฝากปลอดภาษี รวมถึงโครงการเงินฝากพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง และแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษที่ฝากสม่ำเสมอเป็นรายเดือน เพื่อสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมการออมที่สม่ำเสมอ

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เงินฝากไม่ได้เติบโตในอัตราเร่ง แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากน่าจะปรับสูงขึ้นในลักษณะที่ชันขึ้นอีก โดยมาจากแรงหนุนทั้งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ทำให้มีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นสูงกว่า 0.50% ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 

ขณะที่ประมาณการเงินฝากของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ สิ้นปี 2565 นี้ คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 3.5-3.7% ก่อนทขยับขึ้นเล็กน้อยอยู่ในกรอบประมาณ 4.0-5.5% ในปี 2566 ตามทิศทางเศรษฐกิจที่น่าจะทยอยฟื้นตัว และการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเติบโตของสินเชื่อ

 

คอนเทนต์แนะนำ
น้ำมันลงรัว ๆ พรุ่งนี้ เบนซิน ปรับลดอีก 40 สต./ลิตร ร่วงตามราคาโลก
น้ำมันลงรัว ๆ พรุ่งนี้ เบนซิน ปรับลดอีก 40 สต./ลิตร ร่วงตามราคาโลก
ประกาศเตือนฉบับที่ 8 “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ประกาศเตือนฉบับที่ 8 “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

 

สำหรับผู้มีเงินออม จะมีทางเลือกในการออมเงินที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น หรือมีผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนถี่ขึ้นกว่ารายครึ่งปี ซึ่งอาจช่วยตอบโจทย์การนำดอกผลไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ด้วยเงินเฟ้อที่คาดว่าจะมีค่าเฉลี่ยสูงกว่า 2.5% ในปีหน้า ยังทำให้เงินฝากระยะสั้น ให้ผลตอบแทนที่ติดลบ

ดังนั้น ผู้มีเงินออมที่สามารถรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงอาจพิจารณากระจายการลงทุนไปสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น กองทุนรวม ตราสารหนี้ หรือแม้กระทั่งตราสารทุน เพื่อให้ได้ส่วนผสมของพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนโดยรวมเพิ่มขึ้น

 

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ