รบ.ชี้ภาษีขายหุ้นไทยเก็บต่ำกว่าหลายชาติในเอเชีย ยันไม่เว้นให้รายใหญ่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




โฆษกรัฐบาล เผยกระทรวงการคลังหารือเการจัดเก็บภาษีขายหุ้นร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ และสภาตลาดทุนไทยมาระยะหนึ่งอย่างรอบคอบแล้ว ยืนยันไม่ได้ยกเว้นภาษีให้รายใหญ่ รวมถึงไทยเก็บภาษีขายหุ้นต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชีย

เก็บภาษีขายหุ้น ในรอบ 30 ปี ก.คลัง แจงลดเลื่อมล้ำ ไม่กระทบสภาพคล่องตลาดฯ

กระทบแน่! หุ้น 3 กลุ่ม เมื่อเก็บภาษีขายหุ้น

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะและกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นการยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ โดยกำหนดให้จัดเก็บในอัตราครึ่งหนึ่งของอัตราตามประมวลรัษฎากร

ทั้งนี้การจัดเก็บภาษีขายหุ้นนั้น ปีแรกจะจัดเก็บในอัตรา 0.055% รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว ส่วนปีถัดไปจัดเก็บในอัตรา 0.11% รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว และเมื่อนำมารวมกับค่าธรรมเนียมการขายหุ้นในปัจจุบัน ผู้ขายหุ้นจะเสียภาษีขายรวมค่าธรรมเนียม ปีแรกในอัตรา 0.195% ส่วนปีถัดไปในอัตรา 0.22% ถือว่าใกล้เคียงกับภูมิภาคเอเชีย และต่ำกว่าตลาดหุ้นหลัก เช่น ฮ่องกงจัดเก็บในอัตรา 0.38% มาเลเซีย 0.29% และ สิงคโปร์ 0.20% ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยหลาย ๆ ประเทศ จัดเก็บอัตราเดียวกันหมด ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ที่จัดเก็บภาษีหุ้นจากกำไรการขายหุ้น (Capital Gains)

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้มีการหารือเรื่องการจัดเก็บภาษีขายหุ้นร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ และสภาตลาดทุนไทย มานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการผ่อนคลายโดยการยกเว้นเรื่องกองทุนต่าง ๆ ให้ รวมถึงการลดอัตราภาษีให้ในระยะแรก

นายอนุชาฯ กล่าวต่อว่า การจัดเก็บภาษีขายหุ้นนั้น ไม่ได้จัดเก็บทันที ยังมีเวลาให้ตลาดหุ้นปรับตัว เนื่องจากกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบ 3 เดือน หรือ 90 วัน จึงจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ผู้ขายหุ้นยังมีเวลาปรับตัวแ ละทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีขายหุ้น

โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่า ไม่ได้นำแนวทางการจัดเก็บภาษีจากกำไรขายหุ้นมาใช้ เนื่องจากมีความซับซ้อน และหลาย ๆ ประเทศก็ไม่ได้นำมาใช้ โดยมีข้อยกเว้นการจัดเก็บภาษีขายหุ้น เช่น กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนการออมแห่งชาติ 

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การยกเว้นภาษีสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ได้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 30-40 ปีแล้ว และปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) เพิ่มขึ้นถึง 22 เท่าจาก 30 ปีก่อน จึงเห็นควรยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์

 

นอกจากนี้ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวการเก็บภาษีหุ้น ว่าจะมีการยกเว้นภาษีให้นักลงทุนรายใหญ่นั้น เป็นการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน ซึ่งการเก็บภาษีขายหุ้น มิได้ยกเว้นภาษีให้แก่นักลงทุนรายใหญ่ แต่ยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) กับกองทุนบำนาญ ซึ่ง Market Maker คือ บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่ขึ้นทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาและซื้อขายผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และ Market Maker

และเพื่อไม่ให้กระทบการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงกำหนดให้มีการยกเว้นให้ Market Maker เช่นเดียวกับต่างประเทศ อาทิ อังกฤษ ฮ่องกง ฝรั่งเศส อิตาลี  สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ไม่ว่าบุคคลธรรมดา นักลงทุนสถาบันที่ไม่ใช่กองทุนบำนาญ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่ซื้อขายในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์เองตามคำสั่งของผู้ถือหุ้น (ไม่ใช่บัญชี Market Maker) ไม่ได้รับยกเว้นภาษีแต่อย่างใด

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ