เงินบาทเช้านี้ "แข็งค่าเล็กน้อย" ตลาดรอรายงานการประชุมเฟด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ค่าเงินบาทเช้านี้ เปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อย จากเงินยังไหลเข้าตลาดเงินตลาดทุน ในขณะที่ตลาดรอรายงานการประชุมเฟดในวันพถธนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย

ฝ่าายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.38 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 34.42 บาท/ดอลลาร์ โดยคาดการณ์ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในช่วง 34.30 - 34.50 บาท/ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันพุธตามเวลาสหรัฐ

เปิดตลาด “ค่าเงิน” รับ กระต่ายทอง "บาทแข็งขึ้นจากปีก่อนหน้า"

ราคาทองวันนี้ ปิดตลาดบวก 100 บาท ต่างประเทศแตะสูงสุดรอบ 6 เดือน

 

 

ค่าเงินบาทเริ่มต้นปีใหม่ "แข็งค่า"

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า การที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเล็กน้อยมาจากแรงหนุนจากโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และอาจะมีความหวังจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจากจีนมาช่วยหนุนอีกแรง

ในส่วนของ Fundflow ซึ่งเปิดตลาดเป็นวันแรก นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิทั้งตลาดพันธบัตรไทยและตลาดหุ้น โดยเมื่อวานนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตร 11,321 ล้านบาท และซื้อหุ้นสุทธิ 1,441 ล้านบาท 

แนะนำ ผู้นำเข้าควรซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง และผู้ส่งออก แนะนำขายเงินตราต่างประเทศที่เหนือระดับ 34.80 บาท/ดอลลาร์

ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.10-34.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.53 บาท/ต่อดอลลาร์

ในปี 2565 นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 201,895 ล้านบาท และ 48,448 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่า 3.6% จากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นปีที่สองติดต่อกันและการพุ่งขึ้นของค่าเงินดอลลาร์ในตลาดโลก

ขณะที่เงินดอลลาร์ในปี 2565 แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูงทั่วโลก วิกฤติพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน การปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)และธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำอีกหลายแห่ง รวมถึงการใช้นโยบาย Zero COVID ของจีน สร้างแรงกดดันต่อทั้งราคาสินทรัพย์เสี่ยงและพันธบัตรในวงกว้าง ขณะที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯแข็งแกร่งกว่าเศรษฐกิจแห่งอื่น

ทั้งนี้ ในปี 2565 เฟดขึ้นดอกเบี้ยรวม 425bp หนุนดัชนีดอลลาร์ขึ้น 7.8% ขณะที่เงินยูโรและเยนอ่อนค่าลง 5.7% และ 13.9% ตามลำดับ

สำหรับสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดจะติดตามข้อมูลภาคการผลิต ภาคบริการ การจ้างงานเดือน ธ.ค. ของสหรัฐฯ และรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 13-14 ธ.ค. ของเฟดเพื่อประเมินทิศทางภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป ขณะที่นักลงทุนเตรียมรับภาวะถดถอยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้หลังเฟดคุมเข้มนโยบายการเงินแบบเชิงรุกเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาสถานการณ์ในจีนหลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว ทางด้านเงินเยนอาจได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ของผู้ร่วมตลาดที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)อาจยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ แม้บีโอเจระบุว่ายังคงสนับสนุนให้มีการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษต่อไปก็ตาม

สำหรับปัจจัยในประเทศ คาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปและพื้นฐานเดือนธ.ค.ของไทยจะขยับสูงขึ้น ทางด้านธปท.รายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน พ.ย.พลิกขาดดุล 0.4 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวจากแรงส่งภาคบริการตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการบริโภคภาคเอกชน แต่ยังมีปัจจัยฉุดรั้งจากเศรษฐกิจโลกที่จะกระทบการส่งออก อนึ่ง ในระยะนี้ เราคาดว่าตลาดจะติดตามมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการกลับมาต้อนรับผู้เดินทางจากจีนอีกครั้ง

คอนเทนต์แนะนำ
สภาพอากาศวันนี้! อุตุฯ เตือนฉบับ 1 ใต้เจอฝนตกหนัก อ่าวไทยคลื่นลมแรง
สภาพอากาศวันนี้! อุตุฯ เตือนฉบับ 1 ใต้เจอฝนตกหนัก อ่าวไทยคลื่นลมแรง
เปิดชื่อหน่วยงานใส่ซองมอบให้อธิบดีฯ
เปิดชื่อหน่วยงานใส่ซองมอบให้อธิบดีฯ

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ