B Autohaus พาธุรกิจรถยนต์นำเข้า "บุกตลาดออนไลน์"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ถอดสูตรพาไปผ่ากลยุทธ์ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์กว่า 30 ปี สู่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์นำเข้าจากทั่วทุกมุมโลกแบบครบวงจร 360 องศา พร้อม เปิดกลยุทธ์การขายรถหรูผ่านออนไลน์ กับ B Autohaus ของ บิ๊ก อัครวัชร คงสิริกาญจน์

ก่อนจะเป็น B Autohaus  ครอบครัวของ “บิ๊ก อัครวัชร คงสิริกาญจน์” อยู่ในแวดวงของรถยนต์มานานกว่า 30 ปี จากการเป็นตัวแทน Mercedes benz ในเมืองไทย ก่อนจะมาทำ "นำเข้ารถยนต์อิสระ" เสริมด้วยบริการหลังการขาย จนถึงวันนี้  รีแบรนด์ มาเป็น B Autohaus  ที่ชูจุดเด่นบริการครบ 360 องศา ตั้งแต่วันที่รถไปส่งหน้าบ้าน

2566 วิกฤต หรือ โอกาส ของ SMEs ปีกระต่ายดุ

สูตรบริหารธุรกิจ ฝ่าวิกฤตโควิด ของ “บิ๊ก อัครวัชร” | ถอดสูตร | 5 ม.ค.66

ฝ่าวิกฤตโควิด ด้วยแนวคิดให้กำลังใจตัวเอง | ถอดสูตร | 5 ม.ค.66

จุดเปลี่ยน จาก Benz Auto มาเป็น B Autohaus

 

บิ๊กยอมรับว่าเป็น "ความท้าทาย" ซึ่งยอมรับการตัดสินใจของคุณพ่อเมื่อย้อนไป 10 กว่าปีที่แล้ว ในการเลิกเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มาเป็นตัวแทนหลายยี่ห้อ พร้อมศักยภาพในการดูแลบริการหลังการขาย

โดยมี เคล็ดลับในการยกระดับคุณภาพการบริการ จากความ "รู้จักลูกค้าอย่างจริงจัง" และบริการที่ทำได้ทั้ง 360 องศา เพราะเรารู้จักลูกค้าเราดี  รู้ว่าต้องการอะไร และขยายธุรกิจจากตรงนี้

ความพร้อมที่เข้าสู่สนามสู้ตลาดที่เป็นกลุ่มใหม่

ด้วยความที่ B Autohaus อยู่หน้าตลาด และเป็นดีลเลอร์ ทำให้พบกับลูกค้า และรู้ว่าความต้องการรู้ค้าคืออะไร มองย้อนไปจุดที่ยืนอยู่มันอาจจะไม่คลอบคลุมความต้องการของลูกค้าเต็ม 100% ทำให้เห็นโอกาสทางธุรกิจในจังหวะนั้น เพราะคิดว่าจะดูแลลูกค้าได้ดีกว่านี้และสามารถจัดสรรองค์กรให้เข้ากับได้ดีกว่า จึงกล้าตัดสินใจออกมาจาก Comfort Zone

ที่มาของการ "รีแบรนด์" ให้ชัดเจนมากขึ้น

เพราะตลาดเปิดมาก ลูกค้า 1 ครอบครัวไม่หมายความว่าจะชอบรถเหมือนกัน แบรนด์เดียวกัน แม้ว่าจะทำออกมาเพื่อรองรับคนทั้งครอบครัว ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเราตอบโจทย์ตรงนี้เพราะไม่ได้จัดจำหน่ายหรือดูแล รถยนต์ต่างๆ ได้แค่ยี่ห้อเดียว

โจทย์ต่อมาคือ “ทำออนไลน” เมื่อลูกค้าไม่ Walk in

เมื่อเจอโควิด-19 และคำสั่งล็อกดาวน์ B Autohaus ได้รับผลกระทบไปด้วย ต้องปิดสาขา เป็นโจทย์ใหญ่ที่กลับมาคิดว่า "ทำอย่างไรให้ลูกค้ายังซื้อรถได้อยู่" ปรากฎได้ลูกค้ากลุ่มต่างจังหวัดเยอะมาก ลูกค้าดูรถในออนไลน์ โทรคุยกับเซลล์ แล้วก็จ่ายเงิน รถสไลด์ไปส่ง

นั้นคือหัวใจการธุรกิจว่า ทำไหมเขากล้าทำแบบนั้น เลยมาตกผลึกว่ามันคือ "ความน่าเชื่อถือ" ถ้าเราสร้างได้ จึงเป็นที่มาของการขายออนไลน์ไปทั่วประเทศแม้ยังล็อกดาวน์ ยอดขาย 80% มาจากออนไลน์ 20% ลูกค้าเก่า

จากการตัดสินใจมาออกจาก Comfort Zone เคยผิดพลาดจนส่งผลกระทบต่อชีวิตหรือไม่

บิ๊ก อัครวัชร  ยอมรับว่า ช่วงโควิด-19 คือบทดสอบหนึ่งของจุดนั้น เพราะบางอย่างผลลัพธ์มันไม่ได้ออกมาเป็นอย่างที่เราคิดเสมอไป เขาเล่าว่า 

ในช่วงโควิด-19 เป็นช่วงที่มีความไม่แน่นอนมากๆ คนตกงาน ทุกอย่างปิดคนถูกลดเงินเดือน ณ ตอนนั้นต้องแยกออกเป็น 2 เรื่อง คือ บุคลากรที่ฟังข่าวโควิด-19 ใจคงฝ่อมาก ลูกค้าก็แทบไม่มี จึงเรียกประชุม พนักงานทั้งบริษัท และบอกความจริงว่า มันน่ากลัวนะ

แต่ผมมั่นใจว่าบริษัทเราดูแลพวกคุณได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ผมสัญญากับพนักงานว่า ในช่วงเวลานี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ยาว ผมจะไม่มีการ Lay-off ไม่มีการลดเงินเดือนใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ความมั่นใจกับเขา ว่าบริษัทเรามีศักยภาพ คุณอยู่ในที่มั่นคงพอสมควร วันนี้เขาคือครอบครัวของเรา เรารับผิดชอบเขาก่อน ให้เขาได้รู้ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งนะ และบอกต่อว่าในเวลาช่วงนี้สิ่งที่คุณต้องทำคือรักษาสุขภาพ เพราะถ้ามันพ้นวันนั้นไปแล้ว อย่าว่าแต่เรื่องของการจ่ายเงินเดือน สุขภาพไม่รู้จะเป็นอย่างไรทั้งคุณและผม

สิ่งที่เขากังวลคือ เขาจะติดโควิด-19 หรือเปล่า ณ วันนั้น ผมว่ามันเกิดหลักคิดในการเรียกประชุมจากความคิดเล็กๆ ตรงนี้ ซึ่งลูกน้องอาจจะคิดว่ามันพูดไปเพื่ออะไร แต่ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

สอง คือ ภายนอก ณ วันนั้นผู้ประกอบการทุกคนกลัวมาก ขายของออก ขายขาดทุน อยากได้เงินสดคืน ส่วนเราขายของให้ระดับบน ยังไงกำลังซื้อมันก็ยังอยู่ เลยบอกว่าถ้าจะขายขาดทุนให้ ขายผม ทำให้มองต่างเพราะเชื่อว่าอย่างไรตลาดก็กลับมา เราจึงช้อนมาหมดและขยายสาขา

แต่อย่างที่บอกไปว่า สุดท้ายเปิดได้เดือนเดียว “ต้องปิดเลย” เพราะล็อกดาวน์

เจอแรงเสียดทานอะไรบ้างหลังจากตัดสินใจออกมาจาก  Comfort Zone

บิ๊ก อัครวัชร ยอมรับว่า ตั้งแต่วันแรกที่ทำงานไม่ได้มานั่งเป็นผู้บริหารเลย แต่เราไปทำในทุกๆ ตำแหน่ง ตั้งแต่ SA รับรถซ่อม SA ศูนย์สี เป็นพนักงานขาย ทำให้รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงธุรกิจจากการเป็นตัวแทนมานำเข้าอิสระ ต่างกันมากเพราะเราต้องเป็นเจ้านายตัวเอง อยู่ได้ด้วยตัวเองในทุกฟังก์ชันงาน

และอีกบททดสอบ คือ การรับช่วงกิจการต่อจากครอบครัว คือ การสร้างการยอมรับ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะฉะนั้น มี 2 สิ่ง คือเราต้องรู้ในงานจริงๆ และเทน้ำแก้วนั้นออกให้หมด แก้วที่มันเป็นอีโก้ เทออกให้หมด ทิ้งไปเลยแล้วใส่ใหม่ วิเคราะห์ใหม่ เรียนรู้ใหม่ ว่าน้ำที่ใส่เข้ามาเป็นแบบไหน

สอง คือ ความตั้งใจการทำงาน ความขยัน ทุ่มเท ไม่มีคำว่าไม่ได้ ถ้าคุณทำทั้งหมดตรงนั้น ไม่ว่าดีหรือร้าย ยังไงก็ต้องได้รับการยอมรับ

เราเป็นเจ้านาย เมื่อเราเติบไฟให้ตัวเองแล้วเราถึงจะส่งไฟในตัวเราให้คนอื่นได้ ไม่มีใครจะเร่งไฟเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง ผมจึงให้กำลังใจตัวเองเสมอ บอกทุกครั้งว่าเรื่องมันเล็กมาก เราประมาทไม่ได้ เพราะแค่เรานอนตื่นมาพรุ่งนี้ก็มีคนเก่งกว่าเราแล้ว ขยันกว่าเรา โชคดีกว่าเรา พร้อมกับขยันมากๆ ทุ่มเทมากๆ กับสิ่งที่เราทำ

บิ๊ก อัครวัชร  ทิ้งท้ายว่า ต้องหาตัวเองให้เจอก่อน บางทีงานเลือกเรา บางทีเราเลือกงาน คือสองอย่างนี้ไม่ได้บอกว่าอันไหนถูกผิด แต่ถ้าเราได้งานที่เราถูกใจแล้วเราต้องทุ่มเทและเราต้องจริงใจกับอาชีพ ผมว่าสิ่งนี้สำคัญและขาดในคนส่วนใหญ่

บางคนทำงานแบบไม่ทุ่มเท ทำงานเพราะอยากได้เงินเป็นตัวตั้ง  ถ้าเราทำงานนั้นได้ดีผมว่าเงินมันต้องตามมาแน่ๆ เพราะฉะนั้นเราเอางานเป็นตัวตั้งก่อน งานนี้เราชอบ เราทุ่มเทกับมัน ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เจ้านาย

 

 

 

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ