BCP โชว์กำไร 12,575 ล้านบาท เติบโต 65% เหตุยอดขายน้ำมันพุ่ง ปันผล 1 บาท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“บางจาก คอร์ปอเรชั่น” (BCP) โชว์กำไรปี 65 เติบโต +65% อยู่ที่ 12,575 ล้านบาท เป็นผลจากยอดขายน้ำมันพุ่งสูง และยังได้ปัจจัยหนุนจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยต่อหน่วยที่ปรับเพิ่มขึ้นตามตลาดโลก บอร์ดมีมติจ่ายปันผล 1 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 3 มี.ค.66

บอร์ด “บางจาก” ลุยซื้อ “เอสโซ่” จากเอ็กซอนโมบิล จ่อเสนอผู้ถือหุ้น

OR กำไรปี 65 ร่วง 9.62% จากต้นทุนพุ่ง ปันผลงวดครึ่งปีหลัง 0.15 บาท

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลดำเนินงานประจำปี 2565 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 12,575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +65% จากปีก่อนหน้า และมีรายได้รวม 312,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +57% จากปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจน้ำมัน ซึ่งในปีที่ผ่านมาราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับขึ้นตามภาวะตลาดโลก รวมถึงปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น

กำไรขั้นต้น อยู่ที่ 46,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,596  ล้านบาท หรือ +95% จากปีก่อน

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มีรายได้ 270,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +56% จากปีก่อน  สาเหตุหลักมาจาก ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศฟื้นตัว และค่าการกลั่นพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปตามการเปิดประเทศทั่วโลก รวมถึงอุปทานน้ำมันตึงตัวจากสงครามรัสเซียกับยูเครย

กลุ่มธุรกิจการตลาด มีรายได้ 184,938 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น +58% จากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากค่าการตลาดต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น +5% จากปีก่อน จากความต้องการใช้น้ำมันดีเซล และน้ำมันหล่อลื่น รวมถึงปริมาณการจำหน่ายรวมปรับเพิ่มขึ้น +23% จากปีก่อน ตามการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจหลังโควิด-19

 

กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า มีรายได้เท่ากับ  5,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +16% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจาก  รับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท SEGHPL ราว 2,031 ล้านบาท และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น +3% จากปีก่อน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น +373% จากปีก่อน

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ มีรายได้เท่ากับ 13,373 ล้านบาท ปรับลดลง -5% จากปีก่อน เนื่องจาก ผลงานดำเนินงานลดลง และธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล รายได้ปรับลดลง 645 ล้านบาทหรือ -14% จากปีก่อน

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาธุรกิจใหม่ มีรายได้เท่ากับ 23,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +134% จากปีก่อน สาเหตุมาจาก ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว และราคาขายก๊าซธรรมชาติของ OKEA รวมถึงปริมาณการจำหน่าย ปรับเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น 5,136 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า

ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เท่ากับ 9,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +29% จากปีก่อน

สำหรับไตรมาส 4 ปี 65 มีกำไรสุทธิ 473 ล้านบาท ลดลง -73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 84,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น -27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ณ วันที่ 31 .ค. 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 242,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40,559 ล้านบาทจากปีก่อน และมีหนี้สินรวม 158,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26,740 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เท่ากับ 45,932 ล้านบาท

คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายปันผลเป็นเงินสด ในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น กำหนดผู้ได้รับสิทธิวันที่ 7 มี.ค. 2565 (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 3 มี.ค.66)  และจ่ายปันผลวันที่ 24 เม.ย. 2566 

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ