ราคาทองวันนี้ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 100 บาท จากค่าเงินบาทอ่อนทะลุ 35 บาท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ราคาทองวันนี้ ปิดตลาดปรับขึ้น 100 บาท ราคาต่างประเทศสร้างฐานใกล้ระดับ 1,800 ดอลลาร์ แต่ค่าเงินบาทอ่อนทะลุ 35 ทำให้ราคาทองในประเทศแพงขึ้น

สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำในประเทศ (27 ก.พ.66) ปิดตลาดขยับขึ้น 100 บาทจากวันก่อน โดยราคาต่างประเทศเคลื่อนไหวใกล้ 1,800 ดอลลาร์/ออนซ์ ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วทะลุ 35 บาท/ดอลลาร์  

  • ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 30,000.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 30,100.00 บาท/บาททองคำ
  • ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 29,455.88 บาท/บาททองคำ และขายออก 30,600.00 บาท/บาททองคำ

ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 1,812.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 35.11 บาท/ดอลลาร์

คอนเทนต์แนะนำ
ปูพรมค้นหาศพ เด็ก 8 เดือน หลังแม่รับสารภาพทิ้งลูกลงในแม่น้ำ
ราคาทองวันนี้ "ปรับขึ้น" 50 บาท ดอลลาร์แข็ง กดทองสปอต แต่บาทอ่อนทองไทยไม่ลง
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้อ่อนค่า จ่อทะลุ 35 บาท คาดเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

 

 

ราคาทองฟิวเจอร์ทรงตัวใกล้ระดับ 1,800 ดอลลาร์/ออนซ์

ห้างทองฮั่วเซ่งเฮง มองว่าดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจสูงกว่า 5.50% และมีโอกาสเสี่ยงเกิดภาวะถดถอย โดยราคาทองคำจะสร้างฐานบริเวณ 1,800 ดอลลาร์
ทั้งนี้ นักลงทุนอาจเข้าซื้อทองคำระยะสั้นบริเวณ 1,800 ดอลลาร์ และ 1,790 ดอลลาร์

ปัจจัยหนุนราคาทองคำ มาจากความวิตกภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และ จีน นอกจากนี้ หนี้สหรัฐฯ ชนเพดานที่ระดับ 31.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

แต่ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น และที่สำคัญการปรับเพิ่มมุมมองคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ดอลลาร์แข็งค่า จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอย่างแข็งแกร่ง แต่การขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่า 5.50% จะส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ราคาทองคำยังคงปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 จากที่นักลงทุนให้น้ำหนักมากขึ้นของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 27.0% ที่คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมี.ค. จากเดิมเดือนที่แล้วให้น้ำหนักเพียง 2.8% อย่างไรก็ตามนักลงทุนส่วนใหญ่กว่า 73% ยังคงคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.75%-5.00% ในการประชุมเดือนมี.ค.นี้

ทั้งนี้การที่นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมากขึ้นมาจากสาเหตุของอัตราเงินเฟ้อที่เปิดเผยล่าสุดนั้นยังคงอยู่ในระดับสูง และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามยังคาดว่าในปีนี้เงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มที่จะลดลง ซึ่งดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนมิ.ย.ปีที่แล้วแตะ 9.1% และ 11.3% เมื่อเทียบรายปี และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เรายังคงให้มุมมองเช่นเดิมว่าอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้จะอยู่ที่ระดับสูงสุด 5.25%-5.50% แม้ว่านักลงทุนจะให้น้ำหนักมากขึ้นต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก็ตาม เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยที่สูงกว่า 5.50% จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะถดถอย

เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดพันธบัตรสหรัฐได้เกิดภาวะ inverted yield curve โดยอัตราผลตอบแทนพันบัตรอายุ 2 ปีปรับตัวขึ้นสู่ 4.8% และอยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ระดับ 3.95% ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ถึงแม้ว่าการคาดการณ์ว่าเฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย กดดันราคาทองคำให้มีทิศทางขาลง

แต่ความกังวลด้านการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจส่งผลให้ราคาทองคำเริ่มปรับตัวลงอย่างมีกรอบจำกัด และอาจจะกลายเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566

คอนเทนต์แนะนำ
“ควรลาออก” รอย คีน แซว “เทน ฮาก” หลังเต้นฉลองแชมป์
เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5” ก่อนใช้สิทธิ 7 มี.ค.
ความลับของ “วิตามินซี” กินวันละเท่าไหร่มีผลดีต่อร่างกายมากที่สุด?

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ