SCCC ไตรมาส 1 กำไร 758 ล้านบาท ลด 5.5% ยอดขายปูนซีเมนต์วูบ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) เผยกำไรไตรมาส 1 ปี 66 ลดลง -5.5% เหลือ 758 ล้านบาท เป็นผลจากยอดขายปูนซีเมนต์ลดลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ราคาขายสินค้าจะปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูง

คอนเทนต์แนะนำ
กรมอุตุฯเตือนฉบับ 2 "พายุฤดูร้อน" เช็กเลยพื้นที่เสี่ยงฝนถล่ม-ลูกเห็บตก
ด่วน! อ.อ๊อด ตรวจพยานหลักฐานเจอ “ไซยาไนด์” ฝั่งคนขับ บนรถ “แอม”
เลือกตั้ง 2566 : การมีส่วนร่วมของประชาชน คือ หัวใจของการเลือกตั้ง

บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานผลดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 758 ล้านบาท ลดลง -5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 183% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 11,353 ล้านบาท ลดลง -9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง -8.7%  จากไตรมาสก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักมาจากความต้องการปูนซีเมนต์ของตลาดในประเทศไทย และประเทศเวียดนามลดลง รวมถึงการส่งปูนก็ลดลงเช่นกัน

ทั้งนี้ในช่วงไตรมาสแรกมีต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะด้านพลังงาน สภาพคล่อง และความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่สมบูรณ์ แม้ราคาสินค้าจะปรับสูงขึ้น ขณะที่ตลาดเวียดนามใต้ชะลอตัวลงจากข้อจำกัดด้านการปล่อยสินเชื่อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ยอดขายลดลง -34% ส่วนศรีลังกาได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำฉุดความต้องการ ส่งให้ยอดขายลดง -53%

  • รายได้ธุรกิจปูนซีเมนต์ เท่ากับ 7,608 ล้านบาท ลดลง -14.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • รายได้ธุรกิจคอนกรีต หิน และทราย  เท่ากับ 1,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • รายได้ธุรกิจการค้า เท่ากับ 794 ล้านบาท ลดลง -37.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • รายได้ ธุรกิจบริการกำจัดของเสียและบริการภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจอื่น เท่ากับ 224 ล้านบาท ลดลง -22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • รายได้ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เท่ากับ 884 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +23.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม SCCC คาดว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่องในปี 2566 จากการปรับราคาขายสินค้าชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น และปริมาณการขายที่ลดลงในบางตลาด โดยในไทยคาดว่าจะเติบโตในระดับกลางรวมไปถึงโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ยังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ส่วนตลาดต่างประเทศ ปัญหาสภาพคล่องในเวียดนามตอนใต้ และเศรษฐกิจที่ซบเซาของศรีลงกายังคาดว่าจะกระทบความต้องการซื้อวัสดุก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าการส่งออกปูนที่ลดลงจะยังคงต่อเนื่อง

 

ด้าน บล.เอเซียพลัส มองว่า ทิศทางผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี เชื่อว่าจะทรงตัวได้ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 1/66 แม้จะมีปัจจัยด้านฤดูกาลที่ทำให้ปริมาณการขายปูนซีเมนต์ในประเทศลดลงในช่วงไตรมาส 2/66 เนื่องจากมีวันหยุดยาว และการเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างในไตรมาส 3/66 แต่แรงกดดันด้านต้นทุนที่มีน้อยลงจากราคาถ่านหินที่มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่อง ซึ่ง SCCC มีนโยบายการซื้อถ่านหิน โดยจะล็อกปริมาณถ่านหินล่วงหน้าไว้ 70% ของปริมาณที่ต้องใช้ ทั้งปี ส่วนใหญ่ของสัญญาจะกำหนดราคาอ้างอิงกับดัชนีราคาถ่านหินในตลาดย้อนหลัง 1 เดือน มีเพียงถ่านหินประมาณ 20% ที่มีการล็อกราคาไว้ล่วงหน้า ทำให้ต้นทุนถ่านหินของ SCCC เคลื่อนไหวไปตามราคาถ่านหินในตลาดค่อนข้างเร็ว

นอกจากนี้ค่าไฟฟ้ารอบเดือน พ.ค-ส.ค 66 จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.70 บาท/หน่วย หรือลดลง 12% เทียบกับค่าไฟฟ้า รอบเดือน ม.ค-เม.ย 66 ที่ 5.34 บาท/หน่วย ดังนั้นหาก SCCC ยังสามารถรักษาโมเมนตัม ของราคาขายปูนซีเมนต์ไว้ได้ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ก็น่าจะ ส่งผลให้อัตรากำไรในช่วงที่เหลือของปีปรับตัวดีขึ้น

 

อ่านรายละเอียดฉบับเต็ม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2566

SCCC แจกปันผล 9 บาท/หุ้น แม้กำไรปี 65 วูบ 56.3%

KBANK โชว์ไตรมาส 1 กำไร 10,741 ล้านบาท เผยลูกค้ารายใหญ่ส่อเบี้ยวหนี้

เลือกตั้ง 2566 : เลือกตั้งล่วงหน้า ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

ปฏิทินวันหยุดเดือนพฤษภาคม 2566 วันหยุดราชการ-ธนาคาร วันไหนบ้าง

ลิงก์ดูวอลเลย์บอลสโมสรหญิงสด AVC 2023 ! ประจำวันศุกร์ที่ 28 เม.ย. 66

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ