เงินเยนใกล้จบรอบ “อ่อนค่า” คาดไตรมาส 4/66 แบงก์กลางญี่ปุ่นปรับนโยบายการเงิน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ช่วงเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 หลายประเทศทั่วโลก ได้ใช้มาตรการทางการเงิน อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศจนเกิดภาวะเงินเฟ้อ และต่อมาเหล่าธนาคารกลางต่าง ๆ ก็เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อกดดันอัตราเงินเฟ้อให้ลดลง รวมถึงประเทศไทยด้วย

เงินเยนดิ่งเหว แบงก์ชาติญี่ปุ่นคงดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ดับหวังเปลี่ยนนโยบายการเงิน

เศรษฐกิจไทยชะลอแม้ท่องเที่ยวฟื้น ไตรมาส 3 แนวโน้มดอกเบี้ยยังขึ้นอีก

แต่ญี่ปุ่นกลับเป็นที่เดียวในโลก ที่ใช้นโยบายทางการเงินสวนทางกับทุกประเทศ ด้วยการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษลดดอกเบี้ยในระดับต่ำมาก -0.1%  ซึ่งกลายเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินเยนอ่อนค่าอย่างหนัก

ล่าสุด (7 ก.ค. 66) สกุลเงินเยน เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 143.1 เยน ปรับตัวอ่อนค่าลงมาราว 39% นับตั้งแต่ปลายปี 2563 โดยในเดือน ต.ค. 65 เคยอ่อนค่ามากสุดที่ 151.9 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2545 หรือราว 18 ปี

กราฟแสดงค่าเงินเยน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แนวโนมอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ระบุว่า ที่ผ่านมาธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ดำเนินอัตราดอกเบี้ยนโนบายติดลบ 0.1% โดยจะควบคุมดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาว ต่างจากทั่วโลกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโนบายในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันสกุลเงินเยนอ่อนค่าลง

อย่างไรก็ตามเมื่อดอกเบี้ยทั่วโลกสิ้นสุดขาขึ้นโดยสมบูรณ์  คือ ทุกคนค่อนข้างชัวร์แล้ว แบงก์ชาติต่าง ๆ ยังไม่ต้องประกาศก็ได้ เพราะว่าตลาดเนี่ยมันเป็นอะไรที่ราคามันสะท้อนการคาดการณ์ เมื่อการคาดการณ์ค่อนข้างชัวร์แล้ว ว่าอาจจะไม่มีใครในโลกนี้ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ตรงนั้นคือเงินเยนมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตลาดเริ่มระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา  BOJ เคยเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินเยนมาหลายครั้ง ซึ่งในขณะนั้น สกุลเงินเยนจะอยู่ระหว่าง 145-150 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ญี่ปุ่นติดกับดัก เงินฝืด ตลอดกว่า 20 ปี

นักวิเคราะห์ ธ.กรุงศรีฯ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเผชิญกับภาวะเงินฝืด (ราคาสินค้าและบริการทั่วไปลดลง) มาตลอดกว่า 20 ปี โดยไม่เคยเกิดภาวะเงินเฟ้อเลย จนกระทั่งในปัจจุบัน ญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงถึง 3.4% ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลาย  ซึ่งทาง BOJ ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการปรับเปลี่ยนโนบายการเงิน

การที่ประเทศหนึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจไปผูกติดกับสังคมสูงวัย แล้วก็เงินฝืด หมายความว่าการที่ผู้ขายสินค้าจะปรับขึ้นราคาทำได้ยาก เพราะว่าคนจะไม่ซื้อ คนมองว่าเดี๋ยวก็รออีกสักหน่อย หรือไม่ก็เดี๋ยวก็อาจจะถูกลงบ้าง กลับมาเป็นวงจรว่าปรับขึ้นราคาสินค้าไม่ได้

 

ค่าเงินเยนถูกแนะทยอยซื้อ คาดไตรมาส 4/66 ญี่ปุ่นปรับโนบายการเงิน

ล่าสุด (7 ก.ค.66) เงินบาทไทยเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน อยู่ที่ระดับ 0.24 บาท  (1 เยน แลกได้ 0.24 บาท) น.ส.รุ่ง มองว่า เงินเยนตอนนี้อยู่ในดับที่ถูกมากเมื่อเทียนกับเงินบาทไทย นับตั้งแต่ปี 2540 แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันอยู่ จากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่คาดว่าอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง และ BOJ ยังคงอยู่ในหมวดระมัดระวังในเรื่องการปรับเปลี่ยนโยบายการเงิน

ความเคลื่อนไหวของ เงินบาทไทยเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน ตั้งแต่ปลายปี 2546 จนถึงปัจจุบัน 7 ก.ค. 2563

 

อย่างไรก็ตามกลุ่มมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) สถาบันการเงินรายใหญ่ของญี่ปุ่น คาดการณ์ว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปี 66 มีโอกาสที่ BOJ จะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ซึ่งอาจยกเลิกการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve)

ส่วนตัวถามว่าซื้อเก็บได้ไหม ถ้ามีแพลนไปเที่ยวอยู่แล้วอันนี้ก็เป็นระดับที่น่าสนใจ อาจจะเหมือนกับทยอยซื้อ เพราะว่าเมื่อ BOJ ปรับนโยบาย เขาอาจจะไม่ส่งสัญญาณก่อน แล้วผลกระทบจะเยอะมหาศาล เพราะว่าอย่างคุณจะทำนโยบายที่มีผลเป็นวงกว้างต่อตลาด ผู้ทำนโยบายเขาจะไม่บอกก่อน น่าจะออกมาเป็นเซอร์ไพรส์

คุณรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธ.กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ