เปิดโผหุ้นเก็งกำไร รับกระแสรัฐบาลใหม่แจก “เงินดิจิทัล 10,000 บาท”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คาดรัฐบาลใหม่เริ่มทำงานได้กลางเดือน ก.ย.66 ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย โดยมาพร้อมกับนโยบายต่าง ๆ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือ กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital wallet) ที่รัฐบาลจะแจกให้ประชาชนคนละ 10,000 บาท

คอนเทนต์แนะนำ
ผบ.เรือนจำฯ ย้ำ "ทักษิณ" ไม่ได้อภิสิทธิ์ หากย้าย รพ.ต้องเซ็นเป็นคนแรก!
เปิดประวัติ "เศรษฐา ทวีสิน" เจ้าพ่ออสังหาหมื่นล้าน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30
รู้จัก เงินดิจิทัล 10,000 บาท นโยบายชูโรงรัฐบาลเพื่อไทย 

เมื่อวานนี้ 23 ส.ค. 66 นายเศรษฐา ทวีสิน รับพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยขึ้นต่อไป โดยขึ้นต่อไป  คือ การจัดทำรายชื่อ คณะรัฐมนตรี (ครม.)  คาดว่าจะเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม.ตรวจสอบคุณสมบัติ อีกประมาณ 1 สัปดาห์ 

หลังจากนั้นขั้นต่อไปเป็นการทูลเกล้าทูลกระหม่อม และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1 สัปดาห์ หากรวมทุกขั้นตอนประมาณ 3 สัปดาห์

ซึ่ง นายวิษณุ เครืองาม รักษาการณ์รองนายกรัฐมนตรีด้าน ระบุว่า คาดการณ์ครม.ใหม่ จะเริ่มทำงานได้ในช่วงกลางเดือน ก.ย.66

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส มองว่า ประเด็นดังกล่าวทำให้ Sentiment เชิงบวกยังมีอยู่ และผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ไปทดสอบแนวต้าน 1,560-1,570 จุด

คอนเทนต์แนะนำ
แจกเงินดิจิทัล 10,000 นโยบายเรือธง พรรคเพื่อไทยแต่ทำได้ยาก
ส.สายการบินประเทศไทย เตรียมพบ นายกฯเศรษฐา หารือ ช่วยเหลือธุรกิจการบิน

สำหรับ นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) แจกเงิน 10,000 บาทต่อคน ของพรรคเพื่อไทย ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงหลังเป็นนโยบายชูโลงของพรรค และมีกระแสว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ซึ่งกลุ่มหุ้นที่ สามารถเก็งกำไรได้แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

1. กลุ่มหุ้นที่ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ และเครือข่ายโทรคมนาคม ADVANC, TRUE, COM7, SPVI, CPW, IT, SYNEX, SIS เป็นต้น

2. กลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ทั้งหมด

  • บริษัทที่เข้าไปลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี่ โดยตรง เช่น หุ้น BROOK ซึ่งผลประกอบการจะขึ้น-ลง หรือได้ประโยชน์ เสียประโยชน์จากแนวโน้มราคาเหรียญ
  • บริษัทที่เข้าไปลงทุนขุดบิทคอยน์ (BITCOIN Mining) เช่น หุ้น JTS ต้นทุน คือ ค่าไฟ  อุปกรณ์ และการ์ดจอในขุด ส่วนรายได้คือ เหรียญคริปโทฯ อาทิ บิทคอยน์ที่ได้จากการเข้าไปแข่งกันถอดรหัส ทั้งนี้หากแนวโน้มราคาบิทคอยน์ปรับขึ้น ต้นทุนเท่าเดิม จำนวนเหรียญฯที่ขุดได้เท่าเดิม แต่มูลค่าเหรียญที่ขุดได้จะเพิ่มเป็นกำไร
  • บริษัทที่รับคริปโทฯ หรือ โทเค่น (tokens) เพื่อใช้ซื้อสินค้า หรือ บริการ ก่อนหน้าที่ออกข่าวและเกิดกระแสเก็งกำไร อาทิ RS, ANAN, SIRI, SC, ORI,ASW ,MAJOR, JMART ฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะได้เพียงกระแส หรือ Sentiment เชิงบวกเท่านั้น
  • บริษัทที่ทำ ICO portal คือ (ผู้ให้บริการโทเค่น) ทำหน้าที่คล้ายที่ปรึกษา ทางการเงิน ในการตรวจสอบข้อมูลการออก ICO ของบริษัทที่เสนอขายโทเคน (due diligence) และเก็บรักษาทรัพย์สินของผู้ลงทุนฯลฯ อาทิ KBANK SCB , XPG, JTS
  • ทำระบบ Exchange ซื้อขายคริปโทฯ อาทิ GULF

คอนเทนต์แนะนำ
พรรคเพื่อไทย ย้ำไม่มีแอปฯเงินดิจิทัล 1 หมื่น ใช้ได้ครึ่งปีแรก 67
จับตา!! “เศรษฐา” เข้าพบ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่ทำเนียบรัฐบาล

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ