บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ กำไรวูบ 26% ครึ่งปีแรกค่าใช้จ่ายพุ่ง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยบริษัทจดทะเบียน กำไรครึ่งแรกปี 66 ลดลง 26.6% จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นในอัตราเร่ง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี เป็นกลุ่มที่มียอดขายลดลงอย่างมาก จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นอ่อนตัว

คาดดอกเบี้ยสูงค้างยาวหลายเดือน SCB CIO แนะเลี่ยงหุ้นกู้เสี่ยงสูง

ชำแหละ “เงินดิจิทัล 10,000 บาท” ท้าทายเงินเฟ้อ-กฎหมาย-เทคโนโลยีบล็อกเชน

ตลท.โต้ บจ.คุณภาพลดลง แห่เข้าตลาดหนีเกณฑ์ใหม่หุ้น IPO ยันใช้มาตรฐานบัญชีเดิม

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 764 บริษัท คิดเป็น 92.49% จากทั้งหมด 826 บริษัท ทั้งในตลาด SET และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ส่งงบการเงินงวดครึ่งแรกปี 2566 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 577 บริษัท คิดเป็น 75.52% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

โดย บจ. ใน SET มียอดขาย 8,339,880 ล้านบาท ลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น 7.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังโควิด ซึ่งส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) และกำไรสุทธิลดลง

สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ 30 มิ.ย. 66 บจ. ไทยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ระดับ 1.53 เท่า ลดลงจาก 1.59 เท่าในครึ่งแรกปี 2565

 

นายแมนพงศ์  กล่าวต่อว่า ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีให้ยอดขายและกำไรอ่อนตัวลงค่อนข้างมาก แต่หากพิจารณาธุรกิจอื่นไม่รวมธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี จะพบว่ายอดขายขยายตัวพอประมาณที่ 4.5% โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านค้า

บจ. ต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจหลากหลายปัจจัย รวมถึง ต้นทุนการผลิตที่ยืนอยู่ในระดับสูง กิจกรรมการขายที่ฟื้นตัวและมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอีกด้วย” นายแมนพงศ์กล่าว

ขณะที่ผลการดำเนินงานของ บจ. ใน mai งวดครึ่งแรกปี 66 มียอดขายรวม 95,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนการผลิต 71,014 ล้านบาท ลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 18,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5,550 ล้านบาท ลดลง 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 1,503 ล้านบาท ลดลง 71.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ล่าสุดตลาดหุ้นไทย ปิดวันที่ 25 ส.ค. 66 ดัชนีอยู่ที่ 1560.20 จุด ปรับลดลง 6.89% นับตั้งต้นปี 66

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ