ราคาน้ำมันดิบพุ่ง 3% รับสต๊อกสหรัฐฯวูบหนักเกินคาด จับตาประชุมโอเปก 4 ต.ค.66


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ราคาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐฯ พุ่งนิวไฮรอบ 1 ปี แตะ 94.99 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานแตะ 97 ดอลลาร์ร์/บาร์เรล หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯลดลงมากกว่าที่คาด เพิ่มความกังวลต่ออุปทานทั่วโลก จับตาโอเปกประชุม 4 ต.ค. 66

"ลดเบนซิน" ชัดเจนเดือนตุลาคม พร้อมตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล

เฟด ส่งซิกขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 รอบ ก่อนค้างยาว กดดันสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นไทยจับตาแนวรับ 1,490

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2566 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ระดับสูงสุดในรอบ 1  ปี เนื่องจากสหรัฐอเมริการายงาน สต็อกน้ำมันในคลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงถึง 2.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 416.3 ล้านบาร์เรล โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 3.2 แสนล้านบาร์เรล ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกที่ตึงตัว

ขณะเดียวกันสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ

ลดลง 943,000 บาร์เรล สู่ระดับต่ำกว่า 22 ล้าน บาร์เรล เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ ก.ค. 65 ยิ่

 

 

ทั้งนี้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบปรับตัวสุงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังซาอุดีอาระเบีย และรัสเซีย พร้อมใจกันขยายเวลาลดกำลังผลิตน้ำมันดิบออกไปถึงสิ้นปี 66 รวม 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน  ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ในภาวะตึงตัวไปตลอดทั้งปีนี้

อย่างไรก็ตามกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปกพลัส (OPEC+) จะมีการประชุมในวันที่ 4 ต.ค.66 เพื่อพิจารณาทบทวนตลาด

นักวิเคราะห์ มองว่า ถึงแม้จะมีการคาดกาณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะพุ่งสูงแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงในระยะยาวของสหรัฐฯ ก็อาจกดดันราคาน้ำมันได้

 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 11% ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. และ 30% ตั้งแต่ต้นช่วงไตรมาส 3/66 โดยยืนระดับสูงนานทำให้ความกังวลอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด (Fed) ยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินเชิงรุกได้ ดังนั้นต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอยู่เรื่อย ๆ ว่าจะมีสัญญาณไปทิศทางไหน

ซึ่งวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.66) จะมีการรายงาน ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ด้าน Bloomberg Consensus คาดอยู่ที่ 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บล. เอเซียพลัส มองว่าตลาดหุ้นไทย (SET Index) น่าจะได้ประโยชน์ จากที่มีสัดส่วนหุ้นน้ำมัน-โรงกลั่น เกือบ 1 ใน 3 ของน้ำหนักตลาดฯ โดยหุ้นที่ คาดได้ประโยชน์ คือ PTT, PTTEP, TOP และ SPRC เป็นต้น

เปิดประวัติ "พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล" ผบ.ตร.คนที่ 14

โปรแกรมการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2022 ของนักกีฬาไทย วันที่ 28 ก.ย. 66

เปิดปฏิทินวันหยุดตุลาคม 2566 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ