TNL ยักษ์ใหญ่แฟชั่นไทย สยายปีกลุยธุรกิจการเงิน ปล่อยสินเชื่อ-บริหารหนี้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




บมจ.ธนูลักษณ์ (TNL) เครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ของไทย เดินหน้าขยายธุรกิจใหม่สู่โลกการเงิน ทั้งปล่อยสินเชื่อ บริหารหนี้เสีย และร่วมทุน NOBLE พัฒนาอสังหาริมทรัพย์  คาดเงินลงทุนปี 67 ที่ 2-3 พันล้านบาท

PROUD เซ็นสัญญาซื้อ 2 คอนโด NOBLE รับรู้รายได้ปี 67-68 พร้อมจ่อระดมทุนขาย RO

NOBLE จ่อขายหุ้นกู้ ชูดอกเบี้ย 4.70-5.25% จ่ายทุก 3 เดือน

บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL หนึ่งในบริษัทภายใต้เครือสหพัฒน์ ที่ก่อตั้งมานาน 48 ปี ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องหนังหลากหลายแบรนด์ เช่น ARROW, Guy Laroche, DAKS, ELLE เป็นต้น

โดยในช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมา TNL ได้เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านโครงสร้างองค์กร ด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ (PP) ให้กับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSG จำนวน 2,884 ล้านบาท

และการเพิ่มทุนแบบ (RO) อีกจำนวน 3,052 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 ก.ย. 66 อยู่ที่ 10,553 ล้านบาท และมีหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ 0.21 เท่า

ขณะเดียวกัน TNL ยังได้ปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ ได้แก่

1.ธุรกิจให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่มีหลักประกัน (Asset Financing)  ดำเนินผ่าน บริษัท ออกซิเจน แอสเซ็ท จำกัด เน้นปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน โดยมีกลุ่มลูกค้าขนาดกลางขึ้นไป และไม่เน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อย  ซึ่ง ณ 30 ก.ย. 2566 มีพอร์ตสินเชื่อรวม 5,193 ล้านบาท

2.ธุรกิจการเงินประเภทธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ผ่านบริษัท บริหารสินทรัพย์ ออกซิเจน จำกัด จะเน้น NPL ที่มีหลักประกัน ซึ่งในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สามารถประมูลหนี้จากสถาบันการเงินมาได้กว่า 1,600 ล้านบาท

4.ธุรกิจการลงทุนในบริษัทร่วมทุนเพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ดำเนินงานผ่านบริษัท ทีเอ็นแอน อัลไลแอนซ์ จำกัด ที่ร่วมลงทุนกับบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยจะเริ่มทยอยก่อสร้างเสร็จ และพร้อมโอนตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป และคาดว่าจะขายทุกโครงการหมดภายในปี 2571

นายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารสายงานกลยุทธ์องค์กร TNL เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปี 66 รายได้หลัก 70% ของทั้งหมด ยังคงเป็นธุรกิจเดิม ส่วนธุรกิจใหม่รายได้ค่อย ๆ จะเด่นชัดมากขึ้น โดยไตรมาสล่าสุดธุรกิจให้สินเชื่อมีรายได้ 60-76% ของในกลุ่มธุรกิจใหม่ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ มีรายได้ราว 10% ของในกลุ่มธุรกิจใหม่ และ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีรายได้ราว 20% ของในกลุ่มธุรกิจใหม่

ทั้งนี้ในอนาคต TNP จะเริ่มเดินหน้าผลักดันธุรกิจใหม่มากขึ้น เนื่องจากมีอัตรากำไรสูง โดยเฉพาะธุรกิจให้สินเชื่อ และธุรกิจบริหารสินทรัพย์  ส่วนโครงสร้างรายได้อาจจะต้องใช้เวลา เพื่อให้ธุรกิจใหม่มีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น

โดยปีหน้าคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง แต่จะเติบโตแบบระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐไทยในปัจจุบันยังคงมีความท้าทาย  ส่วนเงินลงทุน (CAPEX) ปี 67 คาดอยู่ที่ 2-3 พันล้านบาท

สำหรับธุรกิจเครื่องเสื้อผ้าเดิม ยังคงดำเนินงานต่อเนื่องและไม่ลดขนาดลง ซึ่งยังคงบริหารโดยทีมงานเดิม แต่ส่วนตัวมองว่าในอนาคตอาจจะต้องปรับตัว เช่น ผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นมากขึ้น และส่งออกสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องหนังที่มีมาร์จิ้นสูง แต่แรงงานฝีมือยังคงหายาก

นายนันทวัฒน์ สุรวัติเสถียร หัวหน้าคณะผู้บริหาร สายงานการเงิน TNL กล่าวว่า หนี้เสียปีนี้เยอะกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยปริมาณการขายหนี้เสียเพิ่มขึ้นมา 3 เท่า ดังนั้นหมายความว่าหนี้เสียในระบบมีจำนวนมาก และสิ้นปีนี้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังจะหมดลง มองในระยะข้างหน้าธุรกิจบริหารสินทรัพย์ยังมีโอกาสอีกมาก เนื่องจากผู้เล่นอื่น ๆ ในตลาดคงไม่มีใครที่จะสามารถซื้อหนี้เสียจากธนาคารพาณิชย์มาได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ หาก ธปท.ใกล้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ภายในปี 67 หรือ ปีถัดไป  จะทำให้ความสามารถในกำชำระหนี้ของลูกหนี้ชั้นดีอาจะมีมากขึ้น เพราะฉะนั้นในช่วงการเก็บหนี้ บริษัทฯก็จะคอยติดตามการชำระหนี้ในทุกเดือนอย่างระมัดระวัง

หลุดแชทเด็ก 17 ปี เรียกเพื่อนมารับหลังรู้ตัวถูก “สมรักษ์” พามาโรงแรม

กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566

กู้ภัยระดมเจ้าหน้าที่ค้นหาผู้สูญหายในทะเลหาดจอมเทียน ยังไม่ชัดมีกี่คน

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ