“Pop Mart” ธุรกิจเด็กจบใหม่ สู่อาณาจักรของเล่นใหญ่ที่สุดในแดนมังกร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คนเราจะสามารถรวยจาก “ของเล่น” ได้อย่างไรในเวลาแค่สิบกว่าปี? เจาะเส้นทางของ “Pop Mart” จากร้านค้าของนักศึกษาจบใหม่ สู่ธุรกิจหมื่นล้าน

“ของเล่น” คือสิ่งสร้างความบันเทิงที่หลายคนอาจมองว่าเหมาะสำหรับเด็ก แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าธุรกิจของเล่น จะสร้างรายได้หลักหมื่นล้านบาท

นั่นอาจเป็นความคิดแรกของ “หวัง หนิง” ชาวเมืองเหอหนาน ในวันที่เขาเปิดร้านค้าที่ชื่อ “Pop Mart” (ป็อปมาร์ต) ขึ้นมาในปี 2010 และคงคาดไม่ถึงว่า ของเล่นจะเปลี่ยนชีวิตเขาให้กลายมหาเศรษฐีระดับโลก

และทำให้คาแรคเตอร์อย่าง “มอลลี” “ลาบูบู” “ดีมู” “ครายเบบี้” ฯลฯ กลายเป็นที่รักของทุกคน

กองทุน MGPROP ลงทุนอสังหาฯ ทั่วโลก รับเทรนด์การเติบโต AI- Healthcare

หุ้นกู้โลตัส 4 ชุดเตรียมออกขายประชาชน เดือน เม.ย. ยังไม่เปิดเผยดอกเบี้ย

เปิด 5 ปัจจัยสำคัญ คาดการณ์ราคาทอง ต้องดูอะไรบ้าง?

Pop Mart เริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจเด็กจบใหม่ AFP/STR
ร้าน Pop Mart มีจุดกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน

จากนักโฆษณาสู่นักธุรกิจ

หวัง หนิง สำเร็จการศึกษาด้านการโฆษณาจากมหาวิทยาลัยเจิ้งโจว จากนั้นเข้าทำงานในซินาคอร์ปอเรชัน (Sina Corporation) บริษัทด้านดิจิทัลที่เป็นเจ้าของ เวยปั๋ว (Weibo) โซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของจีน

ชีวิตของเขาดูจะไปได้ดีกับหน้าที่การงานในบริษัท ซึ่งมีความมั่นคงค่อนข้างสูง แต่หลังจากทำงานอยู่เพียง 1 ปี หวัง หนิง ก็ตัดสินใจลาออก เพราะต้องการทำธุรกิจของตัวเอง

แม้การเรียนจบด้านการโฆษณา อาจมีความเกี่ยวพันกับการสร้างแบรนด์และธุรกิจอยู่บ้าง แต่การเปิดธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะปัญหาแรกสุด เริ่มต้นจากคำว่า “จะขายอะไรดี”

เขาเดินทางไปเที่ยวที่ฮ่องกง และพบกับ “LOG-ON” (ล็อก-ออน) ร้านขายสินค้าตามกระแสครอบจักรวาล ทั้งเครื่องเขียน เครื่องสำอาง รวมถึงของเล่น โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ อะไรดัง อะไรอินเทรนด์ ไปหามาขายให้หมด

หวัง หนิง จึงได้ไอเดียว่า หากตั้งร้านค้าลักษณะเดียวกันนี้ที่จีนแผ่นดินใหญ่ มันน่าจะเวิร์ก

ปี 2010 เขาจึงได้รวบรวมเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย โน้มน้าวให้นำเงินมาร่วมลงทุนกัน และเปิดร้านขายของ ที่ชื่อว่า “Pop Mart” ในห้างสรรพสินค้าใกล้กับย่านจงกวนชุน (Zhongguancun) ของกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นย่านบริษัทเทคโนโลยีที่ได้ฉายาว่า “ซิลิกอนวัลเลย์” ของจีน

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Pop Mart ที่ก่อตั้งโดย หวัง หนิง ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น

Pop Mart จากร้านขายของสารพัดอย่างกลายเป้นร้ายขายของเล่นอาร์ตทอย ช่างภาพพีพีทีวี
Pop Mart วางขายอาร์ตทอยหลากหลายซีรีส์

มีแค่ “ของเล่น” ที่เวิร์ก...

ในตอนแรก Pop Mart ขายสินค้าหลายประเภทคล้ายกับ LOG-ON โดยนำสินค้าจากแบรนด์อื่น ๆ ที่โด่งดังมาวางขาย แต่ หวัง หนิง ก็ประสบกับปัญหาสินค้าค้างสต็อก ขายไม่ออก รวมถึงความปั่นป่วนจากการดูแลพนักงานและการบริการลูกค้า

จนในที่สุดเขาพบว่า ธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นมานี้ ยากที่จะคุ้มทุน

กระนั้น หวัง หนิง พบว่า มีสินค้าอยู่ 1 อย่าง ที่ขายดีแบบไม่เกรงใจสินค้าประเภทอื่นที่วางฝุ่นจับอยู่บนชั้นเลย แน่นอนว่ามันคือ “ของเล่น”

หวัง หนิง เคยให้สัมภาษณ์ ว่า “ในเวลานั้น ของเล่นเป็นหมวดหมู่สินค้าที่ขายดีที่สุดของเรา ... เราตัดสินใจค่อย ๆ เลิกขายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ และในปี 2014 เราก็มุ่งเน้นไปที่ของเล่นเพียงอย่างเดียว”

ในปีเดียวกันนั้น เขายังไปลงทะเบียนเรียนที่วิทยาลัยการจัดการกวงหัว มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และได้พบกับเพื่อนร่วมชั้นที่มีความคิดคล้ายกัน ซึ่งบางคนได้เข้าร่วมทีมผู้บริหารของ Pop Mart ในเวลาต่อมา

ด้วยหัวธุรกิจการค้าที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้ หวัง หนิง นำไอเดีย “กาชาปอง” (Gachapon) ของญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้กับ Pop Mart หรือที่บรรดานักสะสมหรือเกมเมอร์สายเกลือรู้จักกันดีในชื่อ “สุ่มกาชา”

Pop Mart จากร้านค้าของนักศึกษาจบใหม่ สู่ธุรกิจหมื่นล้าน ช่างภาพพีพีทีวี
ชาวไทยแห่กันไปซื้ออาร์ตทอยเมื่อ Pop Mart เปิดสาขาในประเทศไทย

ของเล่น + สุ่มกาชา = ความปังถล่มทลาย!

สำหรับคนที่ไม่รู้จักกาชาปอง มันคือตู้หยอดเหรียญที่ตั้งอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะตามห้างสรรพสินค้าและคอมเพล็กซ์ต่าง ๆ ผู้เล่นจะต้องหยอดเหรียญเพื่อให้มีลูกบอลตกลงมา และลุ้นว่าของข้างในจะเป็นอะไร

ซึ่งสินค้าที่อยู่ในกาชาปองก็มีหลากหลาย แต่ส่วนมากจะเป็นของเล่นหรือโมเดลการ์ตูน หรือใครที่เล่นเกมโทรศัพท์มือถือ คงมีบ้างที่ต้องใช้เหรียญใช้เพชรสุ่มหาตัวละครหรือไอเทมหายาก นี่ก็นับเป็นหนึ่งในกาชาปองเช่นกัน

ดังนั้น แก่นแนวคิดของกาชาปอง คือ เรื่องของการเสี่ยงดวงและเซอร์ไพรส์ ซึ่งจุดนี้เองที่ หวัง หนิง ต้องการนำมาปรับใช้กับ Pop Mart

หวัง หนิง เคยบอกว่า ตัวเขาชอบองค์ประกอบของความเซอร์ไพรส์ แต่ก็ต้องการขายผลิตภัณฑ์ของเขาในบรรจุภัณฑ์ที่หรูหรามากขึ้น เขาจึงเริ่มติดต่อศิลปินเพื่อขอให้ช่วยพัฒนาของเล่นให้เขา

เขาสังเกตเห็นผลงานของ เคนนี หว่อง จากฮ่องกง ซึ่งเริ่มขายของเล่นชื่อ “มอลลี” (Molly) หรือตุ๊กตาเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีดวงตาโต หน้ากลม ผมบ็อบ ซึ่งมีกลุ่มแฟนคลับกลุ่มเล็ก ๆ ที่หลงใหลอยู่แล้ว

หวัง หนิง จึงเสนอให้หว่องนำมอลลีมาวางขายกับ Pop Mart เขาบอกกับ เคนนี หว่อง ว่า “คุณต้องการเวทีที่ใหญ่กว่านี้”

จากนั้นที่ Pop Mart จึงมีการปรากฏตัวของ “กล่องสุ่ม” (Blind Box) ราคาประมาณ 380 บาท ที่ลูกค้าจะซื้อของเล่นโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้ตัวอะไร แต่ยังรู้ว่ามาจากซีรีส์ไหนหรือเป็นคาแรคเตอร์ของศิลปินคนใด และแน่นอนว่ามักจะมีตัวที่หายากกว่าปกติอยู่ด้วย ซึ่งมูลค่าอาจเพิ่มขึ้นมหาศาลในอนาคต

นั่นคงเรียกได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะเมื่อหว่องและมอลลีเข้ามาใน Pop Mart เมื่อปี 2016 ทำให้ในปีต่อมา รายได้ของร้านพุ่งขึ้นไปถึง 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอดขายของร้านเพิ่มขึ้นเป็น 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากผ่านไปเพียง 1 ปี

รายได้ทั้งหมดของร้านในปี 2019 เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า กลายเป็น 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 27% มาจาก “มอลลี” เพียงอย่างเดียว นั่นทำให้ หวัง หนิง ตัดสินใจแบ่งหุ้นส่วนหนึ่งให้หว่อง เพื่อดึงตัวเขาไว้ให้อยู่กับ Pop Mart

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับ “มอลลี” หวัง หนิง ก็ติดต่อชักชวนศิลปินคนอื่น มาร่วมออกแบบของเล่น และจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยจัดตั้งทีมพิเศษเพื่อค้นหาศิลปินที่มีชื่อเสียงและศิลปินหน้าใหม่ ซึ่งบริษัทจะสามารถสร้างความร่วมมือทางทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ของเล่นและซีรีส์ได้

ในความร่วมมือดังกล่าว ศิลปินจะเป็นผู้ออกแบบผลงานของตนเอง และ Pop Mart มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาโมเดลและผลิตภัณฑ์ตามการออกแบบของพวกเขา

ทีม Pop Mart ยังหารือกับศิลปินถึงวิธีการออกแบบให้สอดคล้องกับสไตล์ของตัวเองและกระแสความนิยมของผู้บริโภค เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีเสน่ห์มากขึ้น ช่วยให้ศิลปินยังคงมีอิสระในการออกแบบในขณะที่บริษัทก็ได้ผลประโยชน์เชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ Pop Mart ยังคอยจับตาดูจำนวนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดและความถี่ของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขายังคงเป็นที่ต้องการของผู้คนอยู่เสมอ และคอลเลกชันต่าง ๆ จะมีเอกลักษณ์และมีคุณค่าในสายตาของเจ้าของเสมอ

บริษัทยังมีความร่วมมือแบบคอลแลบหรือครอสโอเวอร์กับแบรนด์ดังอื่น ๆ ด้วย

กระบวนการเหล่านี้ทำให้ Pop Mart มีสินค้าของเล่นอันมีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์ และหาจากที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ร้านของพวกเขาเท่านั้น

Pop Mart อาณาจักรของเล่นใหญ่ที่สุดในแดนมังกร AFP/STR
Pop Mart แบบตู้กดหรือ Roboshop

อาณาจักร Art Toy เบอร์หนึ่งแดนมังกร

Pop Mart ทยอยกระจายสาขาไปตามเมืองต่าง ๆ ของจีน รวมถึงในปี 2017 เปิดตัวตู้จำหน่ายตุ๊กตาอัตโนมัติ หรือ ร้านค้าหุ่นยนต์ (Roboshop) ตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สถานีรถไฟใต้ดิน หรือจุดที่มีผู้คนพลุกพล่านหนาแน่นเป็นพิเศษ

ความเคลื่อนไหวนี้ก็ยังคงประสบความสำเร็จ บางแห่งต้องเติมสต็อกทุก ๆ 1-2 วัน และในกรณีที่ปังที่สุด บางตู้ต้องเติมสต็อกทุก 1 ชั่วโมงก็มี

จากความสำเร็จอย่างท่วมท้น ทำให้ตำแหน่งของ Pop Mart ในตลาดของเล่นจีนอยู่ในระดับที่ “ไม่มีใครเทียบได้” ณ ปี 2020 ครองตลาดของเล่นจีนถึง 8.5%

นั่นทำให้ Pop Mart เริ่มแผนการใหญ่ ขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงและเสนอขายหุ้น IPO ดันมูลค่าของบริษัทให้พุ่งทะลุหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

และเพื่อให้ของเล่นในร้านของเขาเข้าถึงคนทุกเชื้อชาติ หวัง หนิง ได้จัดให้มีการแสดงของเล่นในหลายประเทศ ให้คนจำนวนมากได้รู้จักมากขึ้น รวมถึงเชื้อเชิญศิลปินของชาตินั้น ๆ มาร่วมออกแบบและจำหน่ายของเล่นผ่าน Pop Mart ด้วย

เมื่อทุนพร้อม โอกาสพร้อม หวัง หนิง ไม่รอช้า เดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2023 Pop Mart มีร้านค้าถึง 432 สาขาทั่วโลก และตั้ง Roboshop มากถึง 2,328 แห่งเข้าไปแล้ว

Pop Mart เพิ่งมีอายุเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้น และช่วงเวลาหลังจากนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า ธุรกิจร้านขายของเล่นอันดับ 1 ของจีน จะยังคงเติบโตไปได้อีกเพียงไหนในตลาดโลก

หวัง หนิง ต้องผ่านบททดสอบมามาก ทั้งการเป็นนักธุรกิจอายุน้อย หรือสินค้าที่ขายก็เป็นของเล่น ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นของไร้สาระ แต่เมื่อ Pop Mart ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ บทเรียนสำคัญหนึ่งที่เขามอบให้กับทุกคนคือ “ไม่มีใครเด็กเกินไปที่จะทำธุรกิจ และไม่มีอะไรไร้สาระเกินไปที่จะกลายเป็นธุรกิจ”

 

เรียบเรียงจาก Forbes / Guanghua School of Management Peking University / SCMP

8 มีนาคม “วันสตรีสากล” รำลึกการเรียกร้องสิทธิ ความเท่าเทียมของผู้หญิง

แฟนการ์ตูนอาลัย “โทริยามะ อากิระ” ผู้สร้าง “ดราก้อนบอล” เสียชีวิตแล้ว

ประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 7 ฝนจ่อถล่มไทยหลายพื้นที่

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ