ย้อนอดีต “บาเลนเซียกา” ทำไมเคยถูกขนานนาม “ราชาในหมู่ราชา” ?


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ย้อนตำนาน “บาเลนเซียกา” แบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นสูงของ “คริสโตบาล บาเลนเซียกา” ผู้เคยได้รับการขนานนามว่า “ราชาในหมู่ราชาของวงการแฟชั่น”

เมื่อพูดถึงสินค้าแบรนด์เนมในหมวดหมู่แฟชั่น หลายคนอาจมีแบรนด์โปรดในใจที่แตกต่างกันออกไป แต่หากจะพูดถึงแบรนด์ที่เป็นตำนาน และปฏิวัติวงการแฟชั่นของทั้งโลก ต้องพูดถึง “บาเลนเซียกา” (Balenciaga) และผู้ก่อตั้ง “คริสโตบาล บาเลนเซียกา เอซาคุยเร”

ความโด่งดังของบาเลนเซียกานั้นทะลุปรอทถึงระดับที่ว่า แม้แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อันดุเดือด มีลูกค้าที่ดั้นด้นฝ่าสนามรบมายังยุโรปเพื่อมาซื้อผลงานการออกแบบของคริสโตบาล

คอนเทนต์แนะนำ
ฮือฮา! กำไลหน้าตาเหมือนม้วนสก็อตช์เทป ลือราคาเหยียบแสนบาท
“Netflix” ร้านเช่า DVD ออนไลน์ ที่เท่าทันโลก จนผงาดเป็นยักษ์ใหญ่สตรีมมิ่ง
“Pop Mart” ธุรกิจเด็กจบใหม่ สู่อาณาจักรของเล่นใหญ่ที่สุดในแดนมังกร

ประวัติ คริสโตบาล บาเลนเซียกา Balenciaga
คริสโตบาล บาเลนเซียกา เอซาคุยเร ผู้ก่อตั้งบาเลนเซียกา

แต่เรื่องราวและเบื้องหลังความสำเร็จของบาเลนเซียกาคืออะไร และทำไมทุกคนพากันขนานนามคริสโตบาลว่า “ราชาในหมู่ราชาของวงการแฟชั่น”

อัจฉริยะในเมืองเล็ก ๆ

คริสโตบาลเกิดวันที่ 21 ม.ค. ปี 1895 ที่เมืองเกตาเรีย ในแคว้นบาสก์ของประเทศสเปน พ่อเป็นชาวประมง แม่เป็นช่างตัดเย็บ

พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้คริสโตบาลใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับผู้เป็นแม่ และซึมซับฝีมือและประสบการณ์ในงานออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า

และด้วยความอัจฉริยะส่วนตัวของเขา แม้ไม่ได้รับการถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นกิจลักษณะ แต่ผลงานที่ออกมาก็โดดเด่นเหนือใคร เตะตาผู้ใหญ่หลายคน เรียกว่าเมืองบ้านเกิดคับแคบเกินไปสำหรับฝีมือของเขาก็คงไม่ผิด

จุดเปลี่ยนของคริสโตบาลเกิดขึ้นเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น เขาได้รับโอกาสจาก มาร์เกซา เด คาซา ตอร์เรส ขุนนางหญิงที่มีตำแหน่งสูงสุดในเมือง เธอเป็นลูกค้าและเห็นแววในตัวเด็กชาย จึงให้การอุปถัมภ์และส่งเขาไปร่ำเรียนด้านการตัดเย็บอย่างจริงจังที่มาดริด

เมื่ออายุได้ 22 ปี หลังสำเร็จวิชา คริสโตบาลเปิด “โอต์กูตูร์” (Haute Couture) ร้านแรกของตัวเองที่เมืองซานเซบาสเตียนในปี 1917 ใช้ชื่อว่า “เอลิซา” ตามนามสกุลแม่

โอต์กูตูร์เป็นภาษาฝรั่งเศส เป็นร้านตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงที่ตัดเย็บด้วยกรรมวิธีซับซ้อน ประณีต และใช้ความสามารถสูงสุดของช่างหลายคนในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าขึ้นมาสักชิ้น โดยช่างที่ตัดเย็บเสื้อผ้าประเภทนี้จะเรียกว่า กูตูริเยร์

ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ชื่อเสียงขจรไปไกลในเวลาไม่นาน และสามารถเปิดสาขาในเมืองใหญ่อย่างมาดริดและบาร์เซโลนาได้ เสื้อผ้าที่เขาออกแบบและตัดเย็บเป็นที่เลื่องชื่อถึงขนาดว่าพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์สเปนยังเป็นลูกค้าของร้าน

ประวัติบาเลนเซียกา AFP/INTERCONTINENTALE
ผลงานการออกแบบของบาเลนเซียกา

ราชาในมหานครแห่งแฟชั่น

คริสโตบาลใช้เวลาประมาณ 20 ปี ทำให้กิจการโอต์กูตูร์ของตนรุ่งเรืองอย่างมาก แต่ขณะกำลังไปได้ดี สเปนเกิดวิกฤตสงครามกลางเมือง ทำให้เขาต้องปิดร้านเพื่อหนีไฟสงคราม และไปตั้งหลักที่ประเทศฝรั่งเศสแทน

ปี 1937 เขาตั้งร้าน “บาเลนเซียกา” ที่ถนนจอร์จที่ 5 ของกรุงปารีส เมืองหลวงของวงการแฟชั่น ท่ามกลางคู่แข่งตัวฉกาจหลายเจ้าที่ดำเนินธุรกิจมาก่อนหน้า ทั้ง Coco Chanel, Elsa Schiaparelli หรือ Mainbocher

แต่ความสำเร็จเกิดขึ้นกับเขาแทบจะในทันที หลังจัดแฟชั่นโชว์ครั้งแรก เปิดตัวคอลเลกชันแรกของร้าน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากยุคเรอเนซองส์ของสเปน และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะชุด “อินแฟนตา” (Infanta) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายของเจ้าหญิงสเปนในภาพวาดของ ดิเอโก เวญาเกซ

คริสโตบาลและบาเลนเซียกากลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วจนสื่อมวลชนฝรั่งเศสยกย่องให้เขาเป็น “ราชาแห่งแฟชั่น” และ “ผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่น”

เขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า

“กูตูริเยร์ต้องเป็นสถาปนิกด้านการออกแบบ ประติมากรด้านรูปทรง จิตรกรด้านสี นักดนตรีผู้สร้างความกลมกลืน และนักปรัชญาแห่งความใจเย็น”

แต่เปิดร้านได้เพียง 2 ปี คริสโตบาลเจอกับสงครามอีกครั้ง คราวนี้เป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 และด้วยแสนยานุภาพของทัพนาซีเยอรมัน ทำให้สามารถยึดกรุงปารีสได้ในเวลาอันรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม คริสโตบาลมีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับ ฟรานซิสโก ฟรังโก พันธมิตรของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เนื่องจากเคยตัดชุดในภรรยาของฟรังโก เขาจึงยังคงสามารถเปิดกิจการบาเลนเซียกาต่อไปได้โดยไม่ถูกปิด

แม้จะมีไฟสงคราม แต่ความนิยมของบาเลนเซียกาแทบไม่ลดลง และมีลูกค้าหลายคนที่ดั้นด้นเดินทางฝ่าสมรภูมิในยุโรปเพื่อมาเยือนร้านของคริสโตบาลให้ได้ โดยเฉพาะเพื่อครอบครองเสื้อคลุมทรงสี่เหลี่ยม (Square Coat) อันโด่งดังของเขา

หลังสงครามสิ้นสุด การออกแบบของบาเลนเซียกามีความคล่องตัวและเป็นเส้นตรงมากขึ้น พร้อมกับการถือกำเนิดของคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior)

เสื้อผ้าที่คริสโตบาลออกแบบแตกต่างจากรูปทรงนาฬิกาทรายทรงโค้งยอดนิยมที่ดิออร์ใช้ บาเลนเซียกาชื่นชอบเส้นสายที่ลื่นไหลมากกว่า ขยายไหล่ และไม่มีการขับเน้นทรวดทรงองค์เอว

นั่นทำให้เขาเปลี่ยนวิธีออกแบบเสื้อผ้า และสร้างสรรค์ “ภาพลักษณ์” ของผู้หญิงขึ้นใหม่ เกิดเป็นผลงานโดดเด่นไม่เหมือนใครในหลายคอลเลกชัน เช่น แจ็กเก็ตทรงบอลลูน, ชุดเดรสเอวสูง Baby Doll, เสื้อคลุมโคคูน, กระโปรงทรงบอลลูน หรือเดรสทรงกระสอบ

ลูกค้าเก่าแก่รายหนึ่งให้ความเห็นว่า “ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบหรือสวยงามก็สวมเสื้อผ้าของเขาได้ เสื้อผ้าของเขาทำให้พวกเธอสวยงาม”

ความคิดสร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ และความล้ำยุคในการออกแบบของคริสโตบาลนั้น แม้แต่ดิออร์ที่เป็นคู่แข่งยังชื่นชมว่า

โอต์กูตูร์เปรียบเสมือนวงออเคสตรา โดยมีบาเลนเซียกาเป็นวาทยกร พวกเรานักออกแบบเสื้อผ้าคนอื่น ๆ ต่างเป็นเพียงนักดนตรี คอยทำตามเส้นทางที่เขากรุยเอาไว้

ที่มาบาเลนเซียกา AFP/INTERCONTINENTALE
ผลงานการออกแบบของบาเลนเซียกา

สิ้นยุคสมัยคริสโตบาล แต่มรดกยังคงอยู่

หลังช่วงเวลากว่า 30 ปีของความสำเร็จอย่างท่วมท้นในกรุงปารีส จู่ ๆ คริสโตบาลตัดสินใจปิดร้านบาเลนเซียกาในปี 1968 ซึ่งเป็นการปิดอย่างกะทันหัน แม้แต่พนักงานในร้านยังไม่รู้ เขาให้เหตุผลว่า “แฟชั่นชั้นสูงกำลังถูกทำร้ายอย่างสาหัส” ซึ่งคาดว่าหมายถึงการลอกเลียนการออกแบบของแบรนด์ราคาถูกหลายเจ้า

นอกจากนี้ คาดว่าการจัดเก็บภาษีของฝรั่งเศสที่หนักหนาสาหัสส่งผลกระทบไปถึงผลกำไรส่วนใหญ่ของร้านด้วย รวมถึงช่วงนั้นเกิดกระแสการต่อต้านแฟชั่นชั้นสูงของฝรั่งเศสในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแหล่งลูกค้ารายใหญ่

ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ 23 มี.ค. 1972 หรือเพียง 4 ปีหลังปิดร้าน คริสโตบาลเสียชีวิตในวัย 77 ปี ทิ้งไว้เพียงชื่อเสียง ผลงาน และความคิดสร้างสรรค์ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับบรรดาดีไซเนอร์และช่างตัดเย็บสืบต่อมา

การเสียชีวิตของเขาทำให้แฟน ๆ ที่ติดตามผลงานโศกเศร้ามาก แฟนคลับบางคน เช่น เคาน์เตส โมนา บิสมาร์ก ถึงกับขังตัวเองอยู่ในห้อง 3 วัน 3 คืนเพื่อไว้อาลัยต่อการจากไป

กระทั่งในปี 1986 บาเลนเซียกาฟื้นคืนชีกอีกครั้ง ฌาคส์ โบการ์ต (Jacques Bogart) บริษัทความงามชื่อดังของฝรั่งเศส ได้รับสิทธิ์แบรนด์ในตำนานมา และเปิดตัวไลน์เสื้อผ้าสำเร็จรูปใหม่ Le Dix

คอลเลกชันแรกได้รับการออกแบบโดย มิเชล โกมา เขาถูกแทนที่ในปี 1992 โดยดีไซเนอร์ชาวดัตช์ โจเซฟัส ทิมิสเตอร์ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่า “เริ่ม” ฟื้นฟูบาเลนเซียกากลับคืนมาได้ แต่นักออกแบบทั้งสองคนยังไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เทียบเท่าคริสโตบาล

จนการมาถึงของ นิโคลัส เกส์ติแอร์ ผู้ซึ่งฟื้นคืนชีพแบรนด์บาเลนเซียกาได้สำเร็จในปี 1997 จากการแสดงแฟชั่นโชว์ ‘98 ที่เต็มไปผลงานสร้างสรรค์ซึ่งยังคงโดดเด่นมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดเดรส Patchwork ไปจนถึงกระเป๋า Motorcycle Lariat

จากนั้นในปี 2001 บริษัทสินค้าหรู เคอริง (Kering) ได้ซื้อแบรนด์แฟชั่นนี้ และทำให้บาเลนเซียกาค่อย ๆ กลับมาเป็นที่นิยม ทั้งภายใต้การนำของเกส์ติแอร์ จนถึง อเล็กซานเดอร์ หวัง และเฟื่องฟูถึงขีดสุดในยุคของ “เดมนา กวาซาเลีย” ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา

ธุรกิจบาเลนเซียกา AFP/Daniel LEAL
เดมนา กวาซาเลีย ผู้สืบทอดบาเลนเซียกา

เดมนาทำให้บาเลนเซียกาได้รับเลือกให้เป็น แบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดของเคอริงในปี 2018 รวมถึงเป็นผู้นำโอต์กูตูร์กลับมาสู่แบรนด์อีกครั้ง ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สมัยของคริสโตบาล เรียกว่าเป็นการทำให้แบรนด์กลับมาสู่มรดกดั้งเดิม

รายได้ในปี 2023 ของเคอริงนั้น ภาพรวมอยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านยูโร (ราว 7.67 แสนล้านบาท) มาจากกุชชี (Gucci) มากที่สุด คือ 51% ของรายได้

ส่วนบาเลนเซียกาและแบรนด์ย่อยทำรายได้ 3.5 พันล้านยูโร (ราว 1.37 แสนล้านบาท) คิดเป็น 18% ของรายได้ ตามมาด้วยอีฟแซงต์โลรองต์ (16%) และบอตเตกา เวเนตา (8%)

บริษัทเคอริงระบุในรายงานสรุปผลประกอบการประจำปี 2023 ว่า แนวโน้มของบาเลนเซียกาในอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิก

ร้านบาเลนเซียกา AFP/Miguel MEDINA
ร้านบาเลนเซียกาในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี

เรียบเรียงจาก Glam Observer / HER / Kering / The Metropolitan Museum of Art / Women’s Wear Daily

ราคาทองวันนี้ (22 มี.ค.2567) ย่อตัวตามต่างประเทศ "ลง 100 บาท"

รู้จัก “จันทรุปราคา” รับปรากฏการณ์ “ราหูอมจันทร์” ครั้งแรกของปี 2567

ซน ฮึง-มิน ลั่นจะเล่นทีมชาติต่อเพื่อแฟนบอลเกาหลีใต้

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ