ค่าเงินบาทเปิดที่ระดับ 36.35 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.35 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.40 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  36.35 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  36.40 บาทต่อดอลลาร์โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ sideways (แกว่งตัวในช่วง 36.30-36.40 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้าง

คอนเทนต์แนะนำ
กางไทม์ไลน์ “ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” ไม่ทันสงกรานต์แต่ก่อนปีใหม่
แรงงาน ชงครม. 26 มี.ค.นี้ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทนำร่อง 10 จังหวัด

 

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  36.35 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” tradingview
แนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นยังคงมีอยู่ และเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้

ตามการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ ที่มาพร้อมจังหวะย่อตัวลงของเงินดอลลาร์ ก่อนที่เงินดอลลาร์จะรีบาวด์ขึ้นบ้างและแกว่งตัวในกรอบ sideways เช่นกัน

เนื่องจากผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ต่างก็รอจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ PCE ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็เลือกที่จะทยอยขายทำกำไรการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมาบ้าง นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ 

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  36.35 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ธนาคารกรุงไทย
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์โดยรวมเคลื่อนไหว sideways เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และบางส่วนก็ทยอยขายทำกำไรเงินดอลลาร์ออกมาบ้าง ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็พอช่วยพยุงเงินดอลลาร์ไว้ได้บ้าง ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 104.2 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 104.1-104.4 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.) สามารถรีบาวด์ขึ้นบ้าง ทว่า จังหวะปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในช่วงท้ายตลาดก็ยังคงกดดันราคาทองคำ ทำให้ ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวแถวโซน 2,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 
 
สำหรับวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจ จะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders), ดัชนีราคาบ้านสหรัฐฯ, ดัชนีกิจกรรมในภาคการผลิตและภาคการบริการจากบรรดาเฟดสาขาต่างๆ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board 

ส่วนในฝั่งไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานยอดการส่งออกและนำเข้าของไทย เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทิศทางของดุลบัญชีเดินสะพัด โดยรายงานข้อมูลดังกล่าวก็อาจส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้ในระยะสั้น

แนวโน้มของค่าเงินบาท   

โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นยังคงมีอยู่ และเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ โดยในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงปลายเดือนทำให้ เรายังคงเห็นโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์ อีกทั้งการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบต่อเนื่องในช่วงนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินบาท ผ่านโฟลว์ธุรกรรมซื้อน้ำมัน นอกจากนี้ บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินก็อาจกดดันให้ นักลงทุนต่างชาติอาจทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ดี เราคาดว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจยังเป็นไปอย่างจำกัดอยู่ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ ส่วนสกุลเงินหลักอื่นๆ โดยเฉพาะ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ก็อาจไม่สามารถอ่อนค่าหนักได้ หลังทางการญี่ปุ่นได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า พร้อมเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเยน ทำให้เรามองว่า เงินดอลลาร์ก็อาจยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นไปได้มากนัก จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ 

อย่างไรก็ดี ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะหากออกมาดีกว่าคาด และสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ก็จะยิ่งหนุนให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น จากความกังวลของผู้เล่นในตลาดว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 3 ครั้งในปีนี้ เช่นเดียวกัน ควรจับตารายงานยอดการส่งออกและนำเข้าของไทย เพราะหากไทยขาดดุลการค้ามากขึ้นและแย่กว่าคาด ก็จะเป็นปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงในระยะสั้นได้ 

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.20-36.45 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทวันที่ 26 มี.ค. 2567 พีพีทีวี
ค่าเงินบาทวันที่ 26 มี.ค. 2567

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 36.36 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 36.37 บาท/ดอลลาร์ 

เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

* โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

* เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อพันธบัตรไทยสุทธิ 1,880 ล้านบาท และขายหุ้นไทยสุทธิ 1,056.84 ล้านบาท

กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 36.20 - 36.50
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 36.20/ ขาย 36.50

EUR/THB 39.10 - 39.60
* แนะนำ ซื้อ   39.10/ ขาย 39.60

JPY/THB 0.2380 - 0.2430
* แนะนำ ซื้อ   0.2380 / ขาย 0.2430

GBP/THB 45.70 - 46.20
AUD/THB 23.50 - 24.00

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.20-36.45 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยวานนี้ ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าขึ้นช่วงข้ามคืนสอดคล้องเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ด้านดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อย ส่วน US Treasury yields เพิ่มขึ้นจากวานนี้ นายออสแตน กลูส์บี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาชิคาโก กล่าวว่า เขาอยู่ในกลุ่มที่มองว่าเฟด จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งปีนี้ เพราะเชื่อว่าเงินเฟ้อจะยังชะลอลงต่อ โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง

เงินเยนยังเคลื่อนไหวในกรอบ หลังทางการญี่ปุ่นออกมาเตือนว่าอาจเข้าแทรกแซงค่าเงิน

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2026 ทีมชาติไทย พบ เกาหลีใต้ 26 มี.ค.67

ถ่ายทอดสด ทีมชาติไทย พบ เกาหลีใต้ ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก

"เศรษฐา​" ควันออกหู สื่อจี้ ที่มาเงินดิจิทัล ไล่​ไปฟังแถลงรายละเอียด​

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ