ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.78 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.78 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ตามดอลลาร์ย่อตัวหลัง ทยอยขายทำกำไรสถานะ Long USD

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ  36.78 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 36.80 บาทต่อดอลลาร์

ตั้งแต่ช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทโดยรวมเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในช่วง 36.70-36.85 บาทต่อดอลลาร์) มีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้างตามการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรสถานะ Long USD (มองเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ) ออกมาบ้าง

คอนเทนต์แนะนำ
สงครามอิหร่าน-อิสราเอล ตลาดเงิน ตลาดทุนผันผวน ราคาน้ำมันดิบพุ่ง
ส่องหุ้นกู้ ช.การช่าง 4 ชุด อายุ 3 – 10 ปี ดอกเบี้ย 3.40 – 4.10% ต่อปี
หุ้นไทยดิ่ง 32 จุด กังวลสงคราม – เฟดไม่ลดดอกเบี้ย

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  36.78 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ธนาคารกรุงไทย
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ทั้งนี้ เงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า จากโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังราคาทองคำย่อตัวลงบ้าง เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ ทว่าผู้เล่นในตลาดต่างยังคงต้องการซื้อทองคำอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรง รวมถึง ความต้องการถือทองคำเพื่อเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อสูง อนึ่ง ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะในจังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.85-36.90 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้เงินบาทยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวไปได้ 

แนวโน้มของค่าเงินบาท 

ปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่ ทั้ง ความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด (ซึ่งจะคลี่คลายลงได้ เมื่อตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ที่ต้องสะท้อนภาพการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจมากขึ้น) รวมถึง ความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจทวีความรุนแรงและบานปลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน เงินบาทก็ยังคงเผชิญแรงกดดันจาก แรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ และโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ ทำให้เงินบาทยังมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.90 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง หลังจากที่เงินบาทได้อ่อนค่าทะลุโซน 36.80-36.85 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดบางส่วน โดยเฉพาะฝั่งผู้ส่งออก ก็อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์ในช่วงโซน 36.85-36.90 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้เงินบาทก็อาจยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวไปได้ จนกว่าจะมีปัจจัยกดดันใหม่ๆ เพิ่มเติม 

ผู้เล่นในตลาดควรเฝ้าระวังและติดตามความเสี่ยงที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงิน เพื่อหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น โดยเราคาดว่า โซนที่ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงอาจอยู่ในช่วง 155 เยนต่อดอลลาร์ แต่จะขึ้นกับโมเมนตัมของเงินดอลลาร์และภาวะตลาดการเงิน ว่าจะเอื้ออำนวยให้ทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงหรือไม่ และคาดว่า การเข้าแทรกแซงดังกล่าว หากเกิดขึ้นได้จริง ก็สามารถส่งผลให้ เงินเยนญี่ปุ่น พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็วและแรง กลับสู่โซน 150-151 เยนต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก (หากเงินเยนแข็งค่าหลุด 152 เยนต่อดอลลาร์ อาจเกิด stop loss บางส่วน ในฝั่งผู้เล่นที่มีสถานะ Short JPY หรือมองเงินเยนอ่อนค่า)

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.65-36.90 บาท/ดอลลาร์ 

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า

ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อยู่ที่ 36.78 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 36.85 บาท/ดอลลาร์ 

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก สอดคล้องกับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
รวมทั้งประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่านปะทุขึ้นมารุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัวและต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น อีกทั้งเกิดความกังวลว่าเงินเฟ้อจะปรับขึ้นตาม ทำให้คาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นเดือน ก.ย. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือน มิ.ย. หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดอาจจะใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในการเริ่มพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาสูงกว่าการคาดการณ์

จับตาข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Bookจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านมือสองเดือน มี.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน มี.ค.จาก Conference Board

เมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรไทยสุทธิ 3,509 ล้านบาท และขายหุ้นไทยสุทธิ  6,395 ล้านบาท

กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ

USD/THB 36.60- 36.90
*แนะนำ ทยอยซื้อที่ 36.60/ ขาย 36.90

EUR/THB 39.00- 39.40
* แนะนำ ซื้อ   39.00/ ขาย 39.40

JPY/THB 0.2370- 0.2410
* แนะนำ ซื้อ   0.2370/ ขาย 0.2410

GBP/THB 45.60- 46.00
AUD/THB 23.50- 23.80

เป็นไปได้หรือ? ประชาชนสงสัยดูไบฝนตกหนัก-น้ำท่วมเพราะ “ฝนเทียม”

ผลบอล UCL เรอัล มาดริด ชนะจุดโทษ แมนฯ ซิตี้ ส่งทีมอังกฤษสูญพันธุ์

พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 17 – 26 เม.ย. เตือนฝนเพิ่มขึ้น ระวังพายุฤดูร้อน!

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ