หุ้นไทย (5 ม.ค.2564) ปิดการซื้อขาย + 38.41 จุด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หุ้นไทย (5 ม.ค.2564) เปิดการซื้อขาย 38.41 จุด ที่ดัชนี 1,506.65 จุด (+2.62%) มูลค่าการซื้อขาย 115,299.85 ล้านบาท (17:02น.)

นายปิยะทัศน์ พาโสมนัสสกุล นักวิเคราะห์ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีเกินคาด จากความเชื่อมั่นในประเทศที่มีมากขึ้นหลังไม่มีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้บ้าง ทำให้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศจึงมีน้อยกว่าคราวก่อน และสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศก็ถือว่ายังสามารถคุมได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น นักลงทุนจึงกล้าที่จะเข้ามาซื้อ แต่ก็ต้องระวังแรงขายด้วยเพราะดัชนีฯขึ้นมาเหนือแนว 1,500 จุดยังไม่แข็งแกร่ง เพราะเป็นการขึ้นมาจากแรงดันของหุ้นบางตัวอย่าง DELTA และหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งทำให้ตลาดยังเปราะบางอยู่

โควิด-19 ระลอกใหม่ ไทยจำเป็นต้องกู้เงินเยียวยา? กู้ไปแล้วเท่าไหร่ และใช้ทำอะไรบ้าง

นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ที่ Fund Flow จะไหลเข้ามาตลาดฯในวันนี้ เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายที่ขึ้นมาในระดับกว่าแสนล้านบาท ทั้งนี้ตลาดบ้านเราวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวในแดนบวกกันเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ก็ติดลบเล็กน้อย ส่วนดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็บวกเล็กน้อย โดยต่างรอดูผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐ หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งจะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้ผลักดันมาตรการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน เป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งหากมีการปรับขึ้นภาษีฯจริงนักลงทุนก็คงจะมองว่าตลาดสหรัฐฯแพงแล้ว และอาจมีแรงขายออกมาได้ และหันไปซื้อหุ้นใน Emerging Market รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย

อีกทั้งให้ติดตามผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) ซึ่งมีประเด็นในเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตก็ต้องรอดูว่าจะเพิ่มหรือไม่ หากเพิ่มกำลังการผลิตก็มีผลต่อราคาน้ำมันด้วย และให้ติดตามธนาคารโลกที่จะพูดถึงเศรษฐกิจโลกปีนี้อย่างไรบ้าง

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (6 ม.ค.) นายปิยะทัศน์ กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวในแดนบวกได้อยู่ พร้อมให้แนวรับ 1,485-1,490 จุด ส่วนแนวต้าน 1,510-1,515 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

EA มูลค่าการซื้อขาย 9,517.68 ล้านบาท ปิดที่ 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.50 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 7,692.68 ล้านบาท ปิดที่ 84.75 บาท เพิ่มขึ้น 5.75 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 6,144.47 ล้านบาท ปิดที่ 656.00 บาท เพิ่มขึ้น 128.00 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 3,944.01 ล้านบาท ปิดที่ 37.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท

หุ้นไทย (5 ม.ค.2564) เปิดการซื้อขาย  +13.36 จุด   ที่ดัชนี 1,481.60 จุด (+0.91%) มูลค่าการซื้อขาย 55,280.57 ล้านบาท (12.47น.) ตลาดฯได้รับแรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นได้ดี โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขึ้นนำตลาดฯ 

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวัง Fund Flow ไหลเข้าหลังจากที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเมื่อวานนี้ และเงินบาทก็ยังแข็งค่าอยู่เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลง โดยเช้านี้ตลาดฯได้รับแรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นได้ดี โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขึ้นนำตลาดฯ ตอบรับการได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐฯ ที่ให้การสนับสนุน EV Car และ EV Bus ซึ่งเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า อีกทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้ายังเป็นหุ้น Defensive ที่สอดรับนโยบายภาครัฐฯ

ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 527 ราย ในประเทศ 82 รายแรงงานต่างด้าว 439 ราย

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบ ตามดาวโจนส์ โดยต่างรอผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐ หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งจะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้ผลักดันมาตรการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน เป็นไปได้ง่ายขึ้น และจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

ทั้งนี้ ให้รอดูผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงบ่ายนี้ ซึ่งรอดูจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ออกมาหรือไม่ อย่างไร และรอดูผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) ในคืนนี้ด้วย

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัว โดยมีแนวรับ 1,470-1,463 จุด ส่วนแนวต้าน 1,480-1,485 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

GPSC มูลค่าการซื้อขาย 4,160.52 ล้านบาท ปิดที่ 82.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท

EA มูลค่าการซื้อขาย 3,663.29 ล้านบาท ปิดที่ 57.75 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท

GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,602.61 ล้านบาท ปิดที่ 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,375.53 ล้านบาท ปิดที่ 548.00 บาท เพิ่มขึ้น 20.00 บาท

CPF มูลค่าการซื้อขาย 1,851.58 ล้านบาท ปิดที่ 29.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท

หุ้นไทย (5 ม.ค.2564) เปิดการซื้อขายบวก +1.41 จุด ที่ดัชนี 1,469.65 จุด (+0.10%) มูลค่าการซื้อขาย 2,361.21 ล้านบาท (09.58 น.)

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นได้ แต่ระหว่างวันก็อาจจะแกว่งไซด์เวย์ทั้งในแดนบวก-ลบ เนื่องจาก Sentiment ตลาดฯยังดูดีอยู่ จากที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อ และกองทุนในประเทศก็ซื้อด้วย อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นอาจจำกัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้น และแม้ว่ารัฐบาลจะไม่ล็อกดาวน์ทั้งหมด แต่ก็ทำการล็อกดาวน์บางส่วน ซึ่งบางคนกลัวว่าการระบาดจะยืดเยื้อ

อัปเดต สถานการณ์โควิด-19 ล่าสุด 5 ม.ค. 2564

ราคาทองวันนี้ – 5 ม.ค. 64 ปรับราคา 4 ครั้ง บวกต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เชื่อว่า Fund Flow ยังไหลเข้ามาใน Emerging Market และไทย หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ปรับตัวลงแรง จากความกังวลผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งจะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้ผลักดันมาตรการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน เป็นไปได้ง่ายขึ้น กระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ส่งผลให้หุ้นถูกขายออกมา และเงินดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าลง จึงเชื่อว่า Fund Flow จะไหลเข้าเอเชีย รวมถึงบ้านเราด้วย เห็นได้จากมีการหันไปถือทองคำมากขึ้นหลังดอลลาร์ฯอ่อนค่า

ส่วนราคาน้ำมันก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยในช่วงรอผลประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับนโยบายการผลิตน้ำมัน และจะจัดการประชุมอีกครั้งในวันนี้ ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อย โดยให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่อไป

สรรพากร ยืนยัน ได้สิทธิ "คนละครึ่ง - เราเที่ยวด้วยกัน" ได้รับยกเว้นภาษี

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย รวมทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากราคาหุ้นโบอิ้งที่ทรุดตัวลงกว่า 5% หลังจากนักวิเคราะห์ได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นโบอิ้ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,223.89 จุด ร่วงลง 382.59 จุด หรือ -1.25% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,700.65 จุด ลดลง 55.42 จุด หรือ -1.48% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,698.45 จุด ลดลง 189.84 จุด หรือ -1.47%

TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ