พิษโควิดยังลามเศรษฐกิจไทย สศช.หั่นการเติบโตปี 64 เหลือร้อยละ1.5 – 2.5


โดย PPTV Online

เผยแพร่




พิษโควิดยังลามเศรษฐกิจไทย สศช.หั่นการเติบโต 64 เหลือร้อยละ 1.5 – 2.5 พร้อมมาตรการสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  (สศช.) เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2564 ลดลงร้อยละ 2.6 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับการลดลงร้อยละ 4.2 ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2564 ขยายตัวจากไตรมาสที่สี่ของปี 2563 ร้อยละ 0.2   

โดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒน์  ระบุว่า ปัจจัยสำคัญยังเป็นโควิด-19 ที่แม้ในช่วงต้นปี 64 จะควบคุมได้ระดับหนึ่งแล้วในปลายเดือน มี.ค. แต่ก็กลับมาระบาดอีกครั้งในเดือน เม.ย.จนถึงปัจจุบัน 

เกือบหมื่น !! 9,635 ราย ผู้ติดโควิดรวมวันนี้ เสียชีวิตเพิ่ม 25 ราย  

ห้างฯ ปรับเวลาปิดเป็น 21.00 น. ตั้งแต่ 17 พ.ค. 64 นั่งที่ร้านได้โต๊ะละ 1 คน

 

พิษโควิดยังลามเศรษฐกิจไทย สศช.หั่นการเติบโตปี 64 เหลือร้อยละ1.5 – 2.5

ขณะเดียวกัน สศช. คาดการณ์ขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้โดยปรับลดจาก ร้อยละ 6.1 ในปี 2563  เหลือขยายตัวร้อยละ 1.5 – 2.5 และจากเดิมคาด 2.5-3.5% รวมถึงคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้เหลือแค่ 5 แสนคน

โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก 2.แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และ 3.การปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 แต่คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัวร้อยละ 10.3 ขณะที่การอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวร้อยละ 1.6 และร้อยละ 4.3 ตามลำดับ ส่วนการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 9.3 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ 1.0 – 2.0 และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 0.7 ของจีดีพี

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2564 ลดลงร้อยละ 2.6 หากโฟกัสไปที่ ภาคบริการการท่องเที่ยวจะพบว่าลดลงมากถึง ร้อยละ - 63.5 ในไตรมาสแรกนี้ แม้ส่งออกจะโต การลงทุนรวมโต แต่ยังไม่พอที่จะชดเชยกับสาขาที่หดตัวลง

สำหรับด้านเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2564 สศช.มองว่าให้ความสำคัญกับ

1.การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศเพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและอยู่ในวงจำกัดโดยเร็ว และการป้องกันการ กลับมาระบาดรุนแรงในระลอกใหม่

2.การเร่งรัดจัดหาและกระจายวัคซีนให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมทั่วถึงและเพียงพอเพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยการจัดลำดับความสำคัญตามหลักการสาธารณสุขในการกระจายให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เศรษฐกิจทั้งในภาคการท่องเที่ยวและภาคการผลิตที่สำคัญ รวมทั้งมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

3.การพัฒนาศักยภาพของระบบสาธารณสุขให้เพียงพอต่อการรองรับการแพร่ระบาดในปัจจุบันและที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
และ

4.การเร่งประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนให้แก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการเข้ารับวัคซีน รวมถึงการรณรงค์เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติและดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดระลอกใหม่และลดโอกาสการกลับมาติดเชื้อซ้ำภายหลังได้รับวัคซีนแล้ว

นอกจากนั้น ในส่วนของมาตรการเชิงเศรษฐกิจ เน้นไปที่การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แรงงาน และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
จากการแพร่ระบาดและมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ตลอดจนการเร่งรัดติดตามมาตรการต่าง ๆ ทั้งด้านการเงินและการคลัง การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้า ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าอุตสาหกรรม การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ

และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ การรักษาบรรยากาศทางการเมืองภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

widget-covid-bg

เกาะติดสถานการณ์ โควิด-19

จำนวนผู้ป่วยที่พบในไทย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่
823
ผู้เสียชีวิต
7
รักษาหาย
811
ดูข้อมูลและข่าวโควิด-19 ทั้งหมด

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP เศรษฐกิจ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ