หุ้นไทย (2 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขาย 1,617.55 จุด ลดลง -1.04 จุด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หุ้นไทย (2 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขาย 1,617.55 จุด ลดลง -1.04 จุด (-0.06%) มูลค่าการซื้อขาย 101,450.30 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้พักตัวหลังจากปรับขึ้นไปมากเมื่อวานนี้ สวนทางตลาดต่างประเทศ 

1 ก.ค. การ์ตาแอร์เวย์ส ประเดิมเที่ยวบินแรก จาก กรุงโดฮา สู่ ภูเก็ต

เช็ก 48 คลัสเตอร์กทม. โควิดระบาด พบคลัสเตอร์ใหม่ ห้างสรรพสินค้า  

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่แกว่งบวกราว 0.5% มีเพียงตลาดหุ้นฮ่องกงและสิงคโปร์ที่ติดลบ เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปและดาวโจนส์ฟิวเจอร์สบวกเล็กน้อยเช่นกัน

บ้านเรายังมีโมเมนตัมที่ดี แต่วันนี้ได้แรงถ่วงจากหุ้นกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะแบงก์ขนาดใหญ่ อย่าง KBANK ที่มีแรงขายออกมามาก

หลังจาก MSCI ประกาศระหว่างกาลถอดหุ้น KBANK ออกจากการคำนวณดัชนีทั้งหมดมีผลในวันที่ 7 มิ.ย.64

อย่างไรก็ดี ตลาดฯยังมีความคาดหวังบวกจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเดือนมิ.ย.นี้ หากทำได้จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นค่อย ๆ ฟื้นขึ้น นอกจากนี้ให้จับตา Fund Flow ระยะสั้น หลังจากนักลงทุนต่างชาติได้เริ่มกลับเข้ามาซื้อ แต่วันนี้ต้องรอติดตามว่าจะยังซื้อต่อเนื่องหรือไม่ ถ้ายังซื้ออยู่สัญญาณตลาดก็ยังไปได้ต่อ

ปัจจัยที่จะต้องติดตามในวันศุกร์นี้เป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ส่วนบ้านเราติดตามความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 และรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 มิ.ย.นี้

พรุ่งนี้ (3 มิ.ย.) ตลาดหุ้นไทยปิดทำการเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

แนวโน้มการลงทุนในวันศุกร์นี้ (4 มิ.ย.) นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปได้ต่อหากวันนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ แต่ถ้าไม่ใช่ตลาดฯ คงจะแกว่งรอปัจจัยใหม่

พร้อมให้แนวรับ 1,600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,630 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,739.01 ล้านบาท ปิดที่ 119.50 บาท ลดลง 3.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,757.92 ล้านบาท ปิดที่ 41.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

SIRI มูลค่าการซื้อขาย 2,821.91 ล้านบาท ปิดที่ 1.45 บาท ลดลง 0.04 บาท

OR มูลค่าการซื้อขาย 2,516.33 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ลดลง 0.75 บาท

HANA มูลค่าการซื้อขาย 2,122.16 ล้านบาท ปิดที่ 66.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

หุ้นไทย (2 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขายเช้า 1,615.49 จุด ลดลง -3.10 จุด (-0.19%) มูลค่าการซื้อขาย 61,865.37 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งในแดนบวกได้ในกรอบแคบ จากแรงขายทำกำไรหุ้นที่ได้ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ตลาดโดยรวมยังเป็นบวก จากแรงเก็งกำไรหุ้นรายตัวตามปัจจัยเฉพาะตัว

ส่งมอบ "วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า" ผลิตจากสยามไบโอไซเอนซ์ 1.8 ล้านโดส

เปิดผลอนุมัติฉุกเฉิน "วัคซีนซิโนแวค" จากองค์การอนามัยโลก

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบ แต่ส่วนใหญ่แกว่งแคบ โดยตลาดในกลุ่ม TIP เคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาดอื่นในเอเชีย

หลังกลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือน ก.ค.ตามแผนเดิมในเดือนเม.ย.ที่จะกลับไปผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวันเข้าสู่ตลาดระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ค.ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมาจากความเห็นของโอเปกพลัสในช่วงก่อนหน้าที่จะมีการประชุมในเรื่องปริมาณการสำรองน้ำมันที่ลดลง ทำให้อุปทานตึงตัว ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้นแต่การผลิตมีจำกัด ทำให้เป็นผลบวกต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแรงไปตั้งแต่เมื่อวานนนี้แล้ว

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายกิจพณ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งแคบในกรอบ 1,610-1,630 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,463.56 ล้านบาท ปิดที่ 119.50 บาท ลดลง 3.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,273.54 ล้านบาท ปิดที่ 41.25 บาท ลดลง 0.25 บาท

SIRI มูลค่าการซื้อขาย 1,917.06 ล้านบาท ปิดที่ 1.47 บาท ลดลง 0.02 บาท

HANA มูลค่าการซื้อขาย 1,580.66 ล้านบาท ปิดที่ 67.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท

OR มูลค่าการซื้อขาย 1,466.60 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ลดลง 0.75 บาท

 

หุ้นไทย (2 มิ.ย.64) เปิดการซื้อขาย 1,626.61 จุด เพิ่มขึ้น +8.02 จุด (+0.50%) มูลค่าการซื้อขาย 7,102.59 ล้านบาท 

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway up แม้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้จะเคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบ หลังจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน พ.ค.ของสหรัฐและยุโรปต่างทำนิวไฮ และผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติเพิ่มกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยราคาน้ำมันยังเป็นขาขึ้นจากอุปสงค์โลกเพิ่มขึ้น น่าจะช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงานในวันนี้

ราคาทองวันนี้ – 2 มิ.ย. 64 ปรับราคาครั้งที่ 6 ลดลง 50 บาท

เปิดผลอนุมัติฉุกเฉิน "วัคซีนซิโนแวค" จากองค์การอนามัยโลก

ส่วนบ้านเรา จับตาการฉีดวัคซีนต้านโควิดหลังนายกรัฐมนตรียืนยัน 7 มิ.ย.มีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าแน่นอน น่าจะช่วยหนุนตลาดฯให้เป็นบวกได้ แม้ว่าแนวโน้มตลาดฯมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ แต่ทางเทคนิคเข้าเขต Overbought แล้ว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อก็ยังไม่มาก ส่วนกองทุนก็เลือกลงทุนเฉพาะกลุ่ม ดังนั้น ควรเลือกเล่นหุ้นเฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว มองหุ้นน่าสนใจเป็นกลุ่มส่งออก, อิเล็กทรอนิกส์ และ สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity)

พร้อมให้แนวรับ 1,607-1,600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,625-1,640 จุด โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยยัง Laggard ตลาดอื่นที่ได้ปรับตัวขึ้นกันไปหมดแล้ว

สถานการณ์ต่างประเทศ

ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (1 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,575.31 จุด เพิ่มขึ้น 45.86 จุด (+0.13%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,202.04 จุด ลดลง 2.07 จุด (-0.05%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,736.48 จุด ลดลง 12.26 จุด (-0.09%)

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 1.62 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 83.53 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 53.36 จุด

ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (1 มิ.ย.) ปิด 67.72 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 1.40 ดอลลาร์ หรือ 2.1%

ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (1 มิ.ย.) อยู่ที่ 1.37 ดอลลาร์/บาร์เรล

เงินบาทเปิด 31.16 อ่อนค่าจากวานนี้เล็กน้อย ตลาดยังรอปัจจัยใหม่-จับตาทิศทาง Flow

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ