นักวิชาการ จี้ "อีอีซี" ชี้แจงตั้งบริษัทลูกให้ชัดเจน หวั่นไม่โปร่งใส


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรณีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ประกาศจัดตั้ง บริษัท อีอีซี พัฒนาสินทรัพย์สนามบิน จำกัด จนหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสงสัยว่าจะเกิดความไม่โปร่งและไปทับซ้อนกับเอกชนที่ประมูลมาอย่างถูกต้องหรือไม่

ทาง PPTV ได้พูดคุยกับนักวิชาการด้านการบินถึงเรื่องดังกล่าว โดยนักวิชาการ  มองว่าการที่อีอีซี จัดตั้งบริษัทลูกสามารถทำได้ แต่ต้องออกมาอธิบายให้ชัดเจน มีกลไกทำให้เกิดโปร่งใส และที่สำคัญต้องปรับปรุงการสื่อสาร ทั้งกับประชาชน คู่สัญญา เพราะนี่คือโครงการระดับแสนล้านบาท

ดร.นวทัศน์ ก้องสมุทร ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านการขนส่งทางอากาศ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าในเชิงหลักการเชื่อว่า อีอีซี จัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อให้เกิดความคล่องตัว 

โครงการ “อีอีซี” คืบหน้า ลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท

อีอีซี ยืนยันการลงทุน "เมืองการบิน" ยังเดินหน้าต่อเนื่อง

แต่ขณะเดียวกันการจัดตั้งบริษัทลูกอาจไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย ยิ่งมีความคล่องตัวก็ยิ่งอาจเกิดการลัดขั้นตอน จนมีความเสี่ยงเรื่องความโปร่งใสได้

คาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.40-33.00 จับตาใกล้ชิดรัสเซีย-ยูเครน ป่วนตลาดเงินทั่วโลก

ดร.นวทัศน์ ตั้งคำถามว่า แบบนี้จะมีกลไกอะไรที่ทำให้มั่นใจได้ว่าการตกลงทำธุรกิจกับ อีอีซี เป็นการตกลงทางธุรกิจจริงๆ อยู่บนผลประโยชน์ของประเทศ ดังนั้นคณะกรรมการ อีอีซี หรือ สกพอ.ควรออกมาอธิบายให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทลูก รวมทั้งสาเหตุใดจึงไม่มีการสื่อสารกับสาธารณะ รวมทั้งเอกชนคู่สัญญาที่ลงทุนร่วมกันหลักแสนล้านบาท

ทางอีอีซี ตั้งแต่ก่อนเข้าไปพิจารณา ไม่มีการสื่อสารกับสาธารณะเลย แม้แต่ UTA ที่เป็นคู่สัญญาที่มูลค่าใหญ่ที่สุดก็ยังประหลาดใจว่ามันมาได้อย่างไร จึงคิดว่าเป็นปัญหาอย่างยิ่งที่ อีอีซี จะต้องปรับปรุงใหม่ในเรื่องของการสื่อสารนะครับ สื่อสารทั้งกับคู่สัญญาเดิมที่มีอยู่แล้ว เพราะผมเชื่อว่าธุรกิจเขาลงเงินตั้งเป็นหลักแสนล้านเนอะ ความไม่ชัดเจนของบทบาทหน้าที่ของบริษัทลูกนี้ ว่าตกลงตั้งขึ้นมาทำอะไร ภารกิจและวัตถุประสงค์คืออะไร ให้เกิดความมั่นใจทั้งคู่สัญญาเดิม คู่สัญญาที่กำลังจะมี แล้วก็กับสาธารณะผมคิดว่า จำเป็นต้องสร้างความชัดเจน

ดร.นวทัศน์ เชื่อว่า หลังจากนี้คณะกรรมการ อีอีซี คงจะออกมาชี้แจงเพิ่มเติม แต่สิ่งที่กังวลคือตอนดำเนินงาน ว่าจะทำอย่างไรที่รัฐจะสร้างความโปร่งใสของบริษัทลูกที่มีธรรมาภิบาล เพราะบริษัทเหล่านี้ไม่เหมือนเอกชนที่มีเจ้าของชัดเจน เนื่องจากบริษัทลูกดังกล่าวเจ้าของตัวจริงคือประชาชน คนทำงานที่เข้าไปดูแลก็ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง หลักของความเป็นมืออาชีพ ความสุจริต กลไกตรงนี้จึงสำคัญ

สิ้น "พิชัย รัตตกุล" อดีตประธานรัฐสภาฯ-หัวหน้าปชป. ในวัย 96 ปี

ดร.นวทัศน์ ยังย้ำว่า ตนเองเห็นด้วยกับที่องค์การต่อต้านการคอรัปชัน ออกมาตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ ว่าการจัดตั้งบริษัทลูกของภาครัฐหลายแห่ง ในอดีตที่ผ่านมาเกิดปัญหาความไม่โปร่งใสหรือมีการเอื้อผลประโยชน์ จึงต้องจัดทำกลไกที่ป้องกันความไม่ชัดเจนให้แก่บริษัทลูกแห่งนี้ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนคณะกรรมการ อีอีซี เช่น ออกประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรถึงบทบาทหน้าที่ให้ชัดตั้งแต่ต้น

TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ