จับตา! ออกมาตรการบังคับเปิด-ปิดห้าง ปั๊มน้ำมัน สถานบันเทิง สู้วิกฤตค่าไฟ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กพช.เตรียมออกมาตรการให้ภาคธุรกิจ กำหนดเวลาเปิด-ปิดห้าง ปั๊มน้ำมัน ผับ สู้วิกฤตค่าไฟ จากราคาก๊าซขยับขึ้น

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ได้มีการพิจารณาผลกระทบค่าไฟฟ้าราคาแพงจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหพันธรัฐรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าของไทย  ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการพลังงานในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2565

เปิดโผ 10 หุ้นไทย รับเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุด – ชะลอขึ้นดอกเบี้ย

GMMTV เตรียมลงดาบ ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ หลังถูกจับคดีล่วงละเมิด

ส่องอุตสาหกรรมไหน? มีแนวโน้มขึ้นเงินเดือนมากที่สุดในปี 2566

โดยกำหนดเกณฑ์ว่ามาตรการร่วมมือนี้ จะเป็นมาตรการบังคับเมื่อราคาแอลเอ็นจีตลาดจร สูงเกิน 50 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียูต่อเนื่องกัน ไม่น้อยกว่า 14 วัน จากปัจจุบันราคาแอลเอ็นจี อยู่ที่ประมาณ 28-29 เหรียญต่อล้านบีทียู  ซึ่งก่อนบังคับจะดูแนวโน้ม ราคา และแจ้งเตือนล่วงหน้า 

สำหรับมาตรการขอความร่วมมือ และเตรียมบังคับใช้ในการประหยัดพลังงานในภาคธุรกิจ เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในอาคารให้สูงขึ้นจากปกติ 2 องศาเซลเซียส เป็น 27 องศาเซลเซียส, ปิดไฟที่ไม่จำเป็น, กำหนดเวลาเปิดปิดไฟป้ายโฆษณาขนาดใหญ่, ปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตอนกลางคืน, กำหนดเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สถานบันเทิง, ปิดระบบปรับอากาศก่อนห้างสรรพสินค้าปิด 30 - 60 นาที และปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงของโรงงานอุตสาหกรรม โดยภาครัฐอาจสนับสนุนเงินลงทุนบางส่วนแก่โรงงานอุตสาหกรรม และมาตรการอื่นๆ 

ล่าสุดนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยที่จะมีมาตรการประหยัดพลังงาน แต่น่าจะใช้มาตรการขอความร่วมมือแบบมีเงื่อนไข คือ ควรมีมาตรการ ต้องมีทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ เพราะแต่ละธุรกิจมีการใช้พลังงานในสัดส่วน และช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าให้แต่ละกลุ่มธุรกิจประหยัดพลังงานกันเอง “แบบสมัครใจ” ในสัดส่วนร้อยละที่สามารถปรับลดได้ เช่น ร้อยละ 10  หรือ ร้อยละ 20 เป็นต้น 

โดยกำหนดประเภทร้านค้า เช่น ศูนย์การค้า, Supermarket, Hypermarket ให้มีเวลาเปิดปิดที่แตกต่างกันไป หรือการกำหนดโซนให้มีเวลาเปิดปิดต่างกัน  ทั้งนี้ ภาครัฐให้การสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์หรือการลดภาษี เพื่อจูงใจให้มีความร่วมมือและเกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจนั้นๆ  ส่วนจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอาจจะพิจารณายกเว้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วน”ภาคบังคับ” ให้เน้นใช้กับกิจการสาธารณะ เช่น หน่วยงานราชการ สาธารณูปโภคพื้นฐาน  ให้มีมาตรการประหยัดพลังงานร่วมกัน เช่น เปิดแสงสว่าง 60% อุณหภูมิแอร์สูงกว่า 26 องศา  พร้อมกันทั้งประเทศ ก็จะช่วยให้มีการประหยัดพลังงานได้ กรณีตัวอย่างที่สอบถามความเห็นสมาชิกมา ปัจจุบันก็มีผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนลดการใช้พลังงานอยู่แล้ว เช่น Index / The Walk  ปิดไฟก่อนห้างปิด 45 นาที  และติดตั้งระบบ auto start stop ที่บันไดเลื่อน  และ สยามพิวรรธ์ มีการปิดไฟ billboard  เป็นต้น  

คอนเทนต์แนะนำ
ไรเดอร์หัวเสีย บุกพังป้ายหน้าศูนย์
เตือน! มิจฉาชีพปลอมเว็บไซต์ DSI ขโมยข้อมูลส่วนบุคคล
แจ้งความซื้อรถมือ 2 ขับได้ 100 เมตรล้อหลุด
เมาไม่งม! เตือน “วันลอยกระทง” ระวังจมน้ำ หลังพบเสียชีวิตปีละ 12 คน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าอาจกระทบภาพรวมการซื้อขายสินค้าในระดับหนึ่ง เพราะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเพิ่งฟื้นตัว ที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น  และขณะนี้ผู้ประกอบการก็ยังประสบปัญหากับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นซึ่งเป็นต้นทุนแฝง โดยเชื่อว่าต้นทุนส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นจะถูกบวกเพิ่มในราคาสินค้าและบริการ ทำให้สินค้าและบริการแพงขึ้น  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปัญหาเงินเฟ้อ ส่วนการปิดห้างร้านเร็วขึ้น จะทำให้แสงสีเสียงในการสร้างบรรยากาศในการการใช้จ่ายจะลดลง โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่มีกิจกรรมและ Event หลายงาน จะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมระดับหนึ่ง

ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังได้เสนอแนวทางอื่นๆ ในการรับมือราคาพลังงานของรัฐบาล ประกอบด้วย

1. กระจายต้นทุนพลังงานของประเทศไทย เช่น ออกมาตรการให้รับซื้อไฟฟ้าจากแหล่งอื่นได้ชั่วคราว โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน  เช่น Solar ที่ถูกปล่อยทิ้งไม่ได้รับอนุญาตให้ขายกลับเข้าระบบ Grid ของประเทศได้

2. ภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนด้านภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่มีการใช้พลังงานทดแทน เนื่องจากค่าใช้จ่ายการปรับเปลี่ยนพลังงานทดแทนมีค่าใช้จ่ายสูงมากโดยเฉพาะ SME จะได้มีแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงาน 

นอกจากนี้  กกร. ได้มีการพิจารณาถึงผลกระทบจากต้นทุนในการประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเสนอให้จัดทําข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต้นทุนพลังงานสูง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานของประเทศ ดังนี้ 

1.ระยะสั้น พิจารณานําเข้าพลังงาน เช่น น้ำมันสําเร็จรูปจากแหล่งที่มีราคาถูกเพื่อนํามาใช้ ทดแทนการใช้ดีเซลจากแหล่งเดิมในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงน้ำมันสําเร็จรูปจากแหล่ง เดิมๆ ที่นําเข้าจากแหล่งที่มีราคาสูง 

2.ระยะยาว ปรับนโยบายการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนพลังงานของประเทศ : โดยลดการพึ่งพา LNG เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า และเปลี่ยนมาใช้พลังงานอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่า

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ