เพิ่มเงินสะสม-สมทบ กอช. รับบำนาญ 1.2 หมื่นบาท/เดือน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ครม.มีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ เพิ่มจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ ของกองทุนการออมแห่งชาติ มีโอกาสได้เงินบำนาญ 12,000 บาทต่อเดือน หากเริ่มออกตั้งแต่อายุ 15 ปี จนถึงอายุ 60 ปี

ครม.ยกเว้นภาษี-ค่าธรรมเนียม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” ถึงสิ้นปี 67

ครม. อนุมัติ 5,945 ล้านบาท สำหรับกกต. จัดเลือกตั้งปี 2566

เมื่อวันที่ 24 ม.าคม 2566 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราการจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ พ.ศ. .... (ร่างกฎกระทรวงฯ) ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยร่างกฎกระทรวงฯ ได้ปรับเพิ่มจำนวนเงินสะสมสูงสุดของสมาชิก และจำนวนเงินสมทบสูงสุดที่รัฐบาลจ่ายให้สมาชิก รวมทั้งกำหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ดังนี้

จำนวนเงินสะสมและเงินสมทบที่สูงขึ้น จะทำให้สมาชิก กอช. มีเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงในอนาคตให้มีเงินเพียงพอในการดำรงชีพยามชราภาพ โดยสมาชิก กอช. ที่เริ่มออมตั้งแต่อายุ 15 ปี และออมต่อเนื่องจนถึงอายุ 60 ปี จะมีโอกาสได้รับเงินบำนาญประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน จากเดิมประมาณ 5,300 บาทต่อเดือนในกรณีส่งเงินสะสมเต็มเพดานเงินสะสม โดยเงินบำนาญที่คาดว่าจะได้รับขึ้นอยู่กับจำนวนเงินในบัญชีประกอบด้วยเงินสะสมของสมาชิก เงินสมทบจากรัฐ และผลตอบแทนจากการนำเงินดังกล่าวไปลงทุน

ทั้งนี้ การปรับเพิ่มจำนวนเงินสะสมสูงสุดและจำนวนเงินสมทบสูงสุดดังกล่าว จะเป็นการสนับสนุนการออมของแรงงานนอกระบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มแรงจูงใจในการออม รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงอายุโดยส่งเสริมให้กลุ่มเยาวชนมีการออมเพื่อการเกษียณเร็วขึ้น

 

สำหรับร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราการจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบ พ.ศ. ....  มีสาระสำคัญ ดังนี้

1. การจ่ายเงินสะสมสูงสุดของสมาชิก   ขั้นต่ำ 50 บาท  แต่เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี  (จากกฎกระทรวงฯ พ.ศ.  2558  เดิมขั้นต่ำ 50 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน ไม่เกิน  13,200 บาทต่อปี) ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 16,800 บาท

 

2. การจ่ายเงินสมทบของรัฐบาล

-สมาชิกอายุไม่เกิน 30 ปี บริบูรณ์ ในอัตราร้อยละ 50 ของเงินสะสมที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี  (จากเดิมเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน   600 บาทต่อปี )

-สมาชิกอายุเกิน 30 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน  50 ปีบริบูรณ์  ในอัตราร้อยละ 80 ของเงินสะสมที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี  (จากเดิมเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 960 บาทต่อปี

-สมาชิกอายุเกิน  50 ปีบริบูรณ์   ในอัตราร้อยละ 100 ของเงินสะสมที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี  (จากเดิมเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี)

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP เศรษฐกิจ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ