ราคาน้ำมันโลกร่วง วิตกเศรษฐกิจชะลอ-รัสเซียส่งออกเพิ่มขึ้น


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ราคาน้ำมันดินในตลาดโลกขยับลงกว่า 2% จากรายงานรัสเซียส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตก

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ลดลง 1.76 ดอลลาร์ หรือ 2.03% อยู่ที่ 84.90 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 1.78 ดอลลาร์ อยู่ที่ 77.90 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 2.23%

เทรดเดอร์ให้น้ำหนักกับรัสเซียส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกกำลังจะเกิดขึ้น จากธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แต่จะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

“กสิกรไทย” ปรับเป้าปี 66 นทท.เข้าไทยทะลุ 30 ล้านคน ดันจีดีพี แตะ3.7%

คาด เฟด ขึ้นดอกเบี้ยชะลอลง 0.25% เลี่ยงเศรษฐกิจถดถอย

 

 

ราคาน้ำมันในตลาดนิวยอร์กย่อตัวหลุด 80 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกฟื้นตัว จากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นำเข้าน้ำมันดิบในเดือน พ.ย. 65 รวมเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 21.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเฉพาะจีนหลังผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 และเปิดประเทศ โดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) คาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของจีนในปี 66 จะขยายตัวอยู่ที่ +4.8% จากปีก่อนหน้า

สัปดาห์นี้คาดว่าราคา ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 85 - 90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ด้านปัจจัยเคลื่อนย้ายเงินทุนคาดว่าจะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นหลังการประชุมนโยบายการเงิน Federal Open Market Committee (FOMC) ของสหรัฐฯ วันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 66 โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งละ 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.0% ในการประชุมวันที่ 31 ม.ค. – 1 ก.พ. 66 และวันที่ 15 – 16 มี.ค. 66 และจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวจนถึงปลายปี 66

การเคลื่อนไหวราคาน้ำมันในรอบ 15 วัน

จับตามาตรการกำหนดเพดานราคา (Price Cap) น้ำมันสำเร็จรูปรัสเซียซึ่งขนส่งทางทะเล วันที่ 5 ก.พ. 66 โดยกลุ่มชาติมหาอำนาจ G7 (แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ) และสหภาพยุโรป (EU) เห็นพ้องกำหนดเพดานราคา Diesel ที่ 100-110 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (ปัจจุบันราคา Diesel รัสเซียอยู่ที่ 115-120 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าราคาตลาดยุโรปซึ่งอยู่ที่ประมาณ 125 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่ออุปสงค์น้ำมันดิบ

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

  • กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ รายงานอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ประมาณการครั้งที่ 1 ในไตรมาส 4/65 อยู่ที่ +2.9% จากไตรมาสก่อนหน้า (คาดการณ์ที่ +2.6% จากไตรมาสก่อนหน้า)
  • นาง Jennifer Granholm รมว. กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ แถลงแผนเร่งซื้อน้ำมันดิบเข้าคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) ปริมาณ 60 ล้านบาร์เรล (หากราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 67 – 72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล)

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

  • Reuters ประเมินรัสเซียส่งออกน้ำมันดิบ Urals, Siberian Light และ KEBCO จากท่าส่งออก Ust-Luga ในทะเล Baltic ในเดือน ม.ค. 66 เพิ่มขึ้น 50% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 7.1 ล้านตัน (1.67 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และมีแผนส่งออกน้ำมันดิบในวันที่ 1-10 ก.พ. 66 เพิ่มขึ้น 10% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1 ล้านตัน (0.73 ล้านบาร์เรลต่อวัน)
  • Reuters ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกในปี 66 มาอยู่ที่ +2.0% จากปีก่อนหน้า (จากคาดการณ์เดิมที่ +2.1% จากปีก่อนหน้า) เนื่องจากเศรษฐกิจโลกในไตรมาส 1-2 ปี 66 มีแนวโน้มชะลอตัวมากกว่าคาด

คอนเทนต์แนะนำ
เช็กวัน! เปิดรับสมัครสอบ ก.พ.66 ทุกระดับ จำนวนกว่า 3 แสน ที่นั่ง
“สอบ ก.พ. 2566” เปิดวิธีสมัครสอบ ทั้งแบบ e-Exam และ Paper & Pencil
“สอบ ก.พ. 2566” เช็กปฏิทินสอบเข้าข้าราชการ สอบวันไหน-รู้ผลเมื่อไร

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ