กพอ.ไฟเขียว แก้สัญญาร่วมทุน “แอร์พอร์ตลิงก์” เปิดทางเอกชน ผ่อนจ่าย 1 หมื่นล้าน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กพอ.มีมติเห็นชอบแก้สัญญาร่วมทุน โครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เปิดทางเอกชนผ่อนจ่ายค่าสิทธิ รฟท. วงเงิน 11,731 ล้านบาท พร้อมเตรียมเสนอ ครม.รับทราบ

คอนเทนต์แนะนำ
อนุมัติวิทยุการบินฯลงทุน 1.25 พันล้าน เตรียมพร้อมเปิดสนามบินอู่ตะเภา
ครม.อนุมัติ 1.2 หมื่นล้าน เพิ่มกรอบวงเงินรถไฟความเร็วสูง
สกพอ.ปัดเอื้อเอกชน ผ่อนจ่ายหมื่นล้าน “แอร์พอร์ตลิงก์” แจงเพื่อป้องกันยุติเดินรถ

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 66 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) (EEC) ครั้งที่ 1/2566 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การพิจารณาประเด็นหลัก ๆ ของที่ประชุมวันนี้ เป็นเรื่อง การแก้ไขปัญหาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งทั้ง 2 โครงการถือเป็นโครงการหลักที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของ EEC ในภาพรวม 

ทั้งนี้ที่ประชุม กพอ. มีมติเห็นชอบหลักการเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย กรณีเกิดผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ทั้งจากสถานการณ์โควิด -19 ปัญหาความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครน ซึ่งส่งผลรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย เกิดภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจำนวนยอดผู้โดยสารแอร์พอร์ต เรลลิงก์ที่ลดลงอย่างมากในช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งทุกฝ่ายได้พยายามหาแนวทางร่วมกันแก้ไขอย่างรอบคอบ 

โดยได้เสนอการปรับสัญญาตามขั้นตอนของกฎหมาย ประเด็นให้เอกชนผ่อนชำระค่าสิทธิร่วมลงทุนโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) ซึ่ง รฟท. จะได้รับค่าสิทธิฯครบจำนวน 10,671 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยและค่าเสียโอกาสของ รฟท. อีกจำนวน 1,060 ล้านบาท รวมทั้งเอกชนยังรับภาระหนี้ตามเดิม ซึ่งถือเป็นหลักเกณฑ์ที่รัฐไม่เสียประโยชน์ สร้างความเป็นธรรม และเอกชนไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร พร้อมช่วยให้บริการ ARL เกิดความต่อเนื่อง ประชาชนเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น รฟท. ไม่ต้องรับภาระขาดทุน และได้รับดอกเบี้ยชดเชยค่าเสียโอกาสครบถ้วน ภาคเอกชนสามารถแก้ปัญหาการเงิน รับสิทธิ์ เดินรถ ARL พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการให้ดีขึ้นได้ต่อเนื่อง

หลังจากนี้ กพอ. จะนำเสนอให้ ครม. เพื่อทราบ พร้อมมอบหมาย บอร์ด รฟท. พิจารณาการเสนอขอแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ขณะนี้ รฟท. ได้ส่งมอบพื้นที่ ช่วงสถานีสุวรรณภูมิ ถึง สถานีอู่ตะเภา ระยะทาง 160 กม. และพื้นที่บริเวณมักกะสัน (TOD) จำนวน 140 ไร่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากเอกชนได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ทันที โดยคาดว่าการก่อสร้างและทดสอบระบบ พร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570 เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จ จะทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตรงเวลา และจะสามารถเชื่อมโยงการเดินทางแบบไร้รอยต่อ เชื่อมกรุงเทพฯ สู่พื้นที่อีอีซี ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว สร้างประโยชน์ตรงถึงชุมชน เกิดการจ้างงานภาคธุรกิจ ไม่น้อยกว่า 100,000 อัตราใน 5 ปี ภาคแรงงานก่อสร้างไม่น้อยกว่า 16,000 อัตรา ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกสู่ประเทศไทย

นอกจากนี้ กพอ. ได้รับทราบถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่ สกพอ. ได้ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างสนามบินให้เอกชนแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ร่วมกันอีกครั้ง และ กพอ. ได้มอบหมายกองทัพเรือเริ่มขั้นตอนจ้างผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 เพื่อให้เงื่อนไขสัญญาร่วมลงทุนครบถ้วน คาดว่าเดือนเมษายน 2566 สกพอ. สามารถแจ้งให้เริ่มนับระยะเวลาพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภาคตะวันออกได้

คอนเทนต์แนะนำ
ตรวจหวย - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2566 ลอตเตอรี่ 1/3/66
ตร.ยัน "ฌาน" น้องชาย "เฌอปราง" พลัดตกคอนโด ผู้ปกครองดูกล้องไม่ติดใจเหตุเสียชีวิต
ปฏิทินวันหยุดมีนาคม 2566 มีวันหยุดราชการ-วันสำคัญ วันไหนบ้าง

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ