สกพอ.ปัดเอื้อเอกชน ผ่อนจ่ายหมื่นล้าน “แอร์พอร์ตลิงก์” แจงเพื่อป้องกันยุติเดินรถ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สกพอ.ชี้แจงเหตุแก้ไขสัญญา เปิดทางเอกชนผ่อนชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อให้เอกชนยังสามารถชำระเงินให้รัฐ และสามารถให้บริการเดินรถต่อไปได้ หลังจากได้รับจากสถานการณ์ช่วงโควิด-19 ย้ำชัดรัฐได้ประโยชน์ ไม่ได้เอื้อเอกชน

กพอ.ไฟเขียว แก้สัญญาร่วมทุน “แอร์พอร์ตลิงก์” เปิดทางเอกชน ผ่อนจ่าย 1 หมื่นล้าน

ครม.อนุมัติ 1.2 หมื่นล้าน เพิ่มกรอบวงเงินรถไฟความเร็วสูง

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 จนถึงปลายปี 2565 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยเฉพาะ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (โครงการ ARL) ทำให้ผู้โดยสารและรายได้ของ ARL ลดลงจาก 70,000 คน/วัน เหลือ 10,000 คน/วัน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของโครงการต่อสถาบันการเงิน

โดยเอกชนคู่สัญญาจึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) เยียวยาผลกระทบ จากเดิมกำหนดให้เอกชนคู่สัญญามีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าสิทธิ ARL เต็มจำนวน 10,671.09 ล้านบาท ในวันที่ 24 ตุลาคม 2564 เป็นการขอแบ่งชำระค่าสิทธิ ARL พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 10 งวด  หากไม่มีการแก้ปัญหาการชำระค่าสิทธิ ARL อาจทำให้เอกชนกลายเป็นผู้ผิดสัญญา และต้องยุติการเดินรถ ARL ซึ่งจะทำให้บริการต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อประชาชน

เนื่องจาก รฟท. ได้โยกย้ายบุคลากรของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ซึ่งเดิมทำหน้าที่เดินรถ ARL ไปเดินรถไฟชานเมืองสายสีแดงแล้ว ทำให้ไม่มีบุคลากรมาเดินรถ ARL แทน และหากให้ รฟฟท. ดำเนินการเดินรถ ARL ต่อไป รฟท. ต้องรับภาระขาดทุนจากการดำเนินงานเฉลี่ยปีละ 309.5 ล้านบาท โดยมีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2564 เป็นจำนวนประมาณ 3,095 ล้านบาท และมีผลการขาดทุนสูงถึง 830.73 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2564 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

ทั้งนี้สกพอ. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล และต้องผลักดันให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ จึงเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ขอความเห็นชอบหลักการให้แบ่งชำระเงินค่าสิทธิ ARL บนพื้นฐานความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งรวมถึงการจัดสรรความเสี่ยงระหว่าง รฟท. และเอกชนคู่สัญญาอย่างเหมาะสมเป็นธรรม โดย รฟท. ไม่เสียประโยชน์และเอกชนคู่สัญญาไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร โดยเอกชนคู่สัญญายังคงเป็นผู้รับความเสี่ยงในจำนวนผู้โดยสาร การลงทุน ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงและให้บริการโครงการ ARL ส่วน รฟท. ก็จะพิจารณาบรรเทาผลกระทบให้ไม่เกินกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 นั้น ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่อาจคาดการณ์ได้ก่อนลงนามสัญญาร่วมลงทุนฯ ไม่ใช่ความผิดของเอกชนคู่สัญญาและมีผลกระทบเกิดขึ้นจริงต่อโครงการฯ จึงควรพิจารณาความจำเป็นของการบรรเทาผลกระทบของเอกชนคู่สัญญาในการชำระค่าสิทธิ ARL และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบต่อไป

โดยผลจากการแก้ปัญหานี้ดังกล่าว จะช่วยให้การให้บริการของ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเอกชนคู่สัญญาสามารถชำระค่าสิทธิ ARL บางส่วนเพื่อรับสิทธิการดำเนินโครงการ ARL ได้ ในขณะที่ รฟท. ยังคงได้รับค่าสิทธิบางส่วนพร้อมดอกเบี้ยเพื่อลดภาระหนี้โครงการ ARL ตามมติ ครม. รฟฟท. ไปให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ ประชาชนได้รับบริการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ตามกำหนด และเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์แก่ภาครัฐและประชาชน โดยแท้จริง

 

 

 

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ