กรุงศรี หั่นเป้า GDPไทย ปีนี้66 เหลือ 3.3% เหตุรัฐใช้จ่ายลด-การลงทุนล่าช้า


โดย PPTV Online

เผยแพร่




วิจัยกรุงศรี ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัวเหลือ 3.3% เดิมคาด 3.6% จากการใช้จ่ายภาครัฐลดลง และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานล่าช้า พร้อมมองภาคการส่งออกเติบโตเล็กน้อย 0.5% จากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา

คอนเทนต์แนะนำ
แนะ "ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565" ภายใน 1 พ.ค. 66
ปีนี้จังหวัดไหนอากาศร้อนสุด? กรมอุตุนิยมวิทยา เปิด 4 จังหวัดร้อนตับแตก

วิจัยกรุงศรี ระบุว่า การบริโภคภาคเอกชน และกิจกรรมภาคบริการขยายตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเดือนมกราคม แต่เศรษฐกิจทั้งปีมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าคาด โดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน ส่วนหนึ่งจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ และปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือนจากการจ้างงานและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับดีขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายภาคบริการขยายตัวตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนมีการปรับดีขึ้นในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์

 

ขณะที่การลงทุนในหมวดก่อสร้างยังคงลดลง ด้านต่างประเทศมูลค่าการส่งออกหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยอยู่ที่ 2.14 ล้านคน จาก 2.24 ล้านคนในเดือนธันวาคม

สำหรับเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2566 ยังมีโมเมนตัมเชิงบวกในการฟื้นตัว แต่เพื่อสะท้อนข้อมูลจีดีพี (GDP) ในไตรมาส 4/2565 ที่เติบโตต่ำกว่าคาด 1.4% จากก่อน เทียบกับวิจัยกรุงศรีคาดการณ์ที่ 3.7% และนักวิเคราะห์คาดที่ 3.6%

ล่าสุดวิจัยกรุงศรีได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ 2566 ลงเหลือ 3.3% จากเดิมคาด 3.6% โดยปรับลดคาดการณ์การบริโภคภาครัฐและการลงทุนภาครัฐ เพื่อชี้ถึงการลดลงของการใช้จ่ายภาครัฐผ่านมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความล่าช้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงผลทวีคูณเชิงลบที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ (multiplier effect) ผ่านการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้

สำหรับภาคการส่งออกยังคงประมาณการเดิมว่าอาจเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 0.5% โดยภาพรวมแล้วคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ มูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาดได้ และดีขึ้นจากปีก่อนที่เติบโตเพียง 2.6%

โดยการส่งออกเดือนมกราคมมีมูลค่าต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี คาดทั้งปีอาจเติบโตเพียงเล็กน้อย กระทรวงพาณิชย์ เผยมูลค่าส่งออกเดือนมกราคมอยู่ที่ 20,200 ล้านดอลลาร์ หดตัว 4.5% จากปีก่อน และหากหักน้ำมันและทองคำ มูลค่าส่งออกจะหดตัวอยู่ที่ 3.0% โดยการส่งออกไปยังตลาดหลักทั้งสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และ CLMV หดตัว

ขณะที่ในตลาดสหภาพยุโรป และอาเซียน 5 ด้านการส่งออกรายสินค้า พบว่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหดตัว 5.4% สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรหดตัว3.3% และสินค้าเกษตร หดตัว 2.2% อย่างไรก็ตาม สินค้าส่งออกสำคัญที่ยังขยายตัวได้ในเดือนมกราคม อาทิ รถยนต์ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ และไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง 

ทั้งนี้มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนแรกของปีนี้แม้หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แต่หดตัวชะลอลงจากเดือนก่อนและถือว่ายังหดตัวไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม หดตัว 25.9% ไต้หวัน หดตัว  21.2% และเกาหลีใต้ หดตัว 16.6% ผลกระทบจากการชะลอตัวของอุปสงค์ทั่วโลก ตามความวิตกกังวลเศรษฐกิจถดถอย

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มมูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อาจยังหดตัวอยู่ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานและปัจจัยทางด้านราคาในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ยังมีปัจจัยบวกอยู่บ้างจาก เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงน้อยลงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ โดย IMF ปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกสู่ 2.9% จาก 2.7% และผลบวกจากการเปิดประเทศของจีนและความต้องการสินค้าที่จะทยอยปรากฎชัดขึ้นในระยะข้างหน้า รวมถึงการคลี่คลายลงของภาวะชะงักงันของห่วงโซ่การผลิตโลก วิจัยกรุงศรีคาดมูลค่าการส่งออกทั้งปี 2566 อาจเติบโตได้เพียงเล็กน้อยที่ 0.5%

คอนเทนต์แนะนำ
ฝุ่น PM 2.5 วันนี้! ไทยอ่วมเกินมาตรฐาน 55 จังหวัด ติดอันดับ 5 ของโลก
วิธีจองโรงแรม "เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5" เข้าพักคืนแรกวันไหน
8 มีนาคม “วันสตรีสากล” รำลึกการเรียกร้องสิทธิ ความเท่าเทียมของผู้หญิง

TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต

VS

โวล์ฟสบวร์ก

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ