“ธุรกิจครอบครัว” เผชิญความท้ายทาย ยุคเปลี่ยนผ่านรุ่นสู่รุ่น-ขัดแย้งรุนแรง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ประเทศไทยกำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้หลายครอบครัวเกิดปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหาไร้ผู้สืบทอดธุรกิจ เนื่องจากเด็กยุคใหม่ต้องการทำธุรกิจของตนเอง และครอบครัวที่เป็นแบบกงสี ก็มีปัญหาการแบ่งทรัพย์สินที่ไม่ลงตัว โดย KBank Private Banking พบว่าครอบครัวลูกค้าราว 15% ต้องการวางแผนบริหารสินทรัพย์ เพราะในครอบครัวมีปัญหาความขัดแย้งสูงเกินกว่าจะหาข้อตกลงกัน จนอาจทำให้ธุรกิจครอบครัวเดินถึงขั้นสะดุดหยุดลงได้

เปิด 10 กลยุทธ์ลงทุนรับจุดเปลี่ยน "ดอลลาร์อ่อน-ดอกเบี้ยลด-เศรษฐกิจถดถอย"

หนี้รถยนต์พุ่ง คนทำงานผ่อนไม่ไหว หนี้ครัวเรือน ทะลุ 15 ล้านล้านบาท

ครอบครัวเศรษฐีในประเทศไทยกำลังจะเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ทำให้ธุรกิจเกิดผันผวนกระทบรายได้ในครอบครัว  รวมถึงปัญหาภาษีที่ดินกับสิ่งปลูกสร้าง ที่ปีนี้มีการปรับราคาประเมินสูงขึ้นถึง 4-5 เท่า และหากเป็นที่ดินรกร้างก็จะต้องจ่ายค่าปรับอีก 0.3% ทำให้ครอบครัวที่มีที่ดินจำนวนมากตื่นตัวในการวางแผนบริหารค่าใช้จ่าย

นายพีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Wealth Planning and Non Capital Market Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า  

คนรวยในเมืองไทย มีลักษณะไม่เหมือนประเทศอื่น ประเทศส่วนใหญ่ในโลกเขาจะมีการควบคุมการถือที่ดิน อย่างในยุโรปรัฐจะเป็นคนถือที่ดินเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น เขาจะมีข้อจำกัดในการถือที่ดิน แต่ประเทศไทยกลุ่มลูกค้าระดับบนจะถือที่ดินเท่าไหร่ก็ได้เลย”

อีกทั้งไทยกำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ก็ทำให้เกิดปัญหากับในหลายครอบครับเช่นกัน เช่น ช่วงที่เกิดโควิด-19 บางครอบครัว เกิดการสูญเสียผู้บริหารของธุรกิจที่เป็นคนในครอบครัว และไม่ได้วางแผนส่งต่อธุรกิจครอบครัวให้กับลูก หลานตนเอง

 “การส่งต่อธุรกิจไมได้ง่ายเหมือนสมัยก่อน ในช่วงรุ่นก่อนหน้านี้หลายครอบครัวใช้วิธีมอบหมายให้ลูกหลานในบ้าน ใครจะดูแลเรื่องธุรกิจอะไร แต่คนในช่วงยุคนี้ทุกคนอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากมีอิสระ ดังนั้นการกลับมาทำธุรกิจครอบครัวของหลาย ๆ บ้าน ก็จะเริ่มมีปัญหา ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีบางครอบครัวที่ต้องขายธุรกิจให้กับคนอื่นไป เพราะลูกหลานไม่อยากกลับมาทำแล้ว อันนี้จะเป็นความท้าทายใหม่กับทุกครอบครัวในอนาคตข้างหน้า

นอกจากปัญหาเรื่องการส่งต่อธุรกิจแล้ว ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว ยังถือเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่แก้ไขได้ยาก

สิ่งแรกที่เราพบใน 100 ครอบครัวที่ดูแล จะมีประมาณ 15 ครอบครัว ที่มีความขัดแย้งค่อนข้างรุนแรง จนเขาไม่สามารถตกลงกันได้ในบางเรื่องแล้ว หมายความว่าตั้งแต่เรื่องกำหนดกติกา การวางแผนภาษี การจัดการโครงสร้างธุรกิจ การส่งต่อธุรกิจ ซึ่งทำอะไรมาได้เลย เพราะเกิดจากความขัดแย้ง นายพีระพัฒน์ กล่าว

 

คนรวยมักทะเลาะเรื่องอะไรกัน?

นายพีระพัฒน์ อธิบายว่า สิ่งแรกคือเรื่องความไม่เป็นธรรม หลายครอบครัวยังใช้ธรรมเนียมปฏิบัติแบบจีน ให้ความสำคัญกับนามสกุลเป็นหลัก ลูกชายจะมีบทบาทมากกว่าลูกสาว ซึ่งความขัดแย้งนี้ก็จะลุกลามต่อไปอีก เมื่อลูก ๆ มีบุตรหลานเพิ่มขึ้น เพราะเด็กรุ่นใหม่จะมีความคิดเป็นของตนเองมากขึ้น ในขณะที่รุ่นคุณปู่ก็จะเริ่มวางมือจากธุรกิจ

หลายครอบครัว คุณพ่อวางแผนไว้ดีมากเลย มองแล้วว่าธุรกิจหลักอยากให้อยู่กับคนนามสกุลเดียวกับเรา เพราะฉะนั้นธุรกิจหลักก็จะให้กับลูกชาย ในขณะที่ลูกสาวบางบ้านที่ถือธรรมเนียมจีน ก็จะให้ธุรกิจอื่น ๆ ที่เป็นธุรกิจรอง ความรู้สึกไม่เท่าเทียมมันมีอยู่ เพราะการจัดการเรื่องเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของความรู้สึก บางครั้ง คนในครอบครัวเขาไม่สามารถพูดกันได้”

นอกจากนี้การจัดการทรัพย์สินที่เป็นครอบครัวกงสี ก็เป็นปัญหาพื้นฐานของครอบครัว ที่ลูกหลานไม่สามารถตกลงแบ่งกันได้ หรือมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องทรัพย์สิน เช่น ที่ดินแปลงใหญ่ พี่น้องบางคนอยากเก็บไว้ แต่บางคนก็อยากขาย หรือตกลงกันไม่ได้ว่าจะเขาราคาเท่าไหร่ เป็นต้น

ความแย้งในครอบครัว เมื่อตกลงกันไม่ได้ จนเกิดการฟ้องร้อง

ขณะที่ในหลายครอบครัวหากจะตกลงกันไม่ได้ ก็จะเกิดการฟ้องร้องขึ้นในระหว่างพี่น้อง หรือเครือญาติ ก่อนให้เกิดความบาดหมางกัน จนนำสู่การพังทลายของครอบครับในที่สุด

หลายบ้านพอพูดกันไม่รู้เรื่อง จะมองเรื่องการฟ้องร้อง พอมีนักกฎหมาย มีเรื่องการฟ้องร้องในศาลเข้ามา ความรู้สึกก็จะเริ่มเปลี่ยนไป ว่าอันนี้มันคือการต่อสู้เพื่อเอาชนะ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นภาพของกงสีหลาย ๆ บ้านจะพังทลายจากจุดของความขัดแย้งเล็ก ๆ จนนำไปสู่การแตกยากกันอย่างถาวร”

ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดตัวบริการใหม่ชื่อ Reconciliation Service หรือบริการแก้ไขความขัดแย้งของครอบครัว โดยจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อ รักษาสายสัมพันธ์ครอบครัว ยุติความขัดแย้งในระยะเวลาอันสั้น และจัดการกงสีและธุรกิจได้อย่างราบรื่น

ซึ่งเริ่มจากการวิเคราะห์ความขัดแย้งในครอบครัว จากนั้นส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยใช้หลักจิตวิทยา และเมื่อลูกกับคู่กรณีเปิดใจลดความขั้นแย้งลง ธนาคารก็จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้ามาช่วยให้ลูกค้าสามารถยุติข้อพิพาทและหาทางออกร่วมกันได้

สำหรับข้อดีของบริการดังกล่าว  นายพีระพัฒน์ ระบุว่า จะช่วยลดเวลาในการพิพาทความขั้นแย้งให้เร็วขึ้น ดีกว่าเสียเวลาขึ้นศาล และอาจรักษาธุรกิจของครอบครัวไว้ได้ รวมถึงยังช่วงวางแผนหาทางออก การส่งต่อธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และช่วยจัดการธุรกรรมในด้านต่าง ๆ

โดยลูกค้าส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญเรื่องการวางแผนการส่งต่อธุรกิจครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จากการที่ทีมงานได้ให้บริการลูกค้ารวมกว่า 4,000 ราย หรือประมาณ 790 ครอบครัว พบว่ากว่า 15% ของลูกค้าที่มีความต้องการวางแผนการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว ต้องเผชิญกับปมปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัวถึงขั้นสะดุดหยุดลงได้ ซึ่งหากธุรกิจครอบครัวของลูกค้าไม่สามารถไปต่อได้ 

ขณะที่บริการนี้จะเริ่มเปิดตั้งแต่เดือน ก.ค. เป็นต้นไป คาดว่าภายในปีนี้จะมีผู้มาใช้บริการกว่า 10 ครอบครัว ซึ่งธนาคารจะไม่มีการเก็บค่าบริการและค่าธรรมเนียม แต่จะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของทีมกฎหมายและผู้เชียวชาญที่ลูกค้าจะต้องชำระโดยตรง ราว 4-5 แสนบาท

ทั้งนี้บริการแก้ไขความขัดแย้งของครอบครัว จะมีบริการให้เฉพาะลูกค้า KBank Private Banking เท่านั้น และต้องมีสินทรัพย์ขั้นต่ำรวมกันเริ่มต้นที่ 50  ล้านบาทขึ้นไป

TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ