ชะลอปรับขึ้นค่าผ่านทางของทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถี ออกไปอีก 6 เดือน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กทพ. ชะลอปรับขึ้นค่าผ่านทางของทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถี ออกไปอีก 6 เดือน มีผลในวันที่ 1 มี.ค. 2567

คอนเทนต์แนะนำ
ถ่ายทอดสด! เกาะติดสถานการณ์ "ทักษิณ" กลับไทย 22 ส.ค. 2566
โหวตนายก : ประชุมรัฐสภา จับตา "เศรษฐา ทวีสิน" ลุ้นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
ราชกิจจาฯ ประกาศกฎใหม่ “4 โรคห้ามรับราชการ” อีก 60 วันมีผลบังคับใช้

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ที่กำหนดให้ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์)

ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ชะลอการปรับค่าผ่านทางออกไปอีก 6 เดือน หรือไปมีผลวันที่ 1 มี.ค. 2567 เพื่อลดภาระใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการทางด้านขนส่ง

โดย อัตราค่าผ่านทางใหม่ ที่จะมีผลในวันที่ 1 มี.ค. 2567 จะปรับเป็นอัตราดังนี้

อัตราค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช

  • รถ 4 ล้อ 45 บาท 
  • รถ 6-10 ล้อ 65 บาท 
  • รถมากกว่า 10 ล้อ 90 บาท

ยกเว้นด่านฯ รามอินทรา 1 และด่านฯ สุขาภิบาล 5-2

  • รถ 4 ล้อ 20 บาท 
  • รถ 6-10 ล้อ 35 บาท 
  • รถมากกว่า 10 ล้อ 45 บาท

อัตราค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี

  • รถ 4 ล้อ กรณีเดินทางไม่เกิน 20 กิโลเมตร จะใช้อัตราค่าผ่านทางเดิม
  • กรณีเดินทางเกิน 20 กิโลเมตร จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 5 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 บาท
  • โดยคิดตามระยะทาง
  • รถ 6-10 ล้อ กรณีเดินทางไม่เกิน 20 กิโลเมตร จะปรับขึ้น 5 บาท แต่กรณีเดินทางเกิน 20 กิโลเมตร จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 บาท โดยคิดตามระยะทางรถมากกว่า 10 ล้อ กรณีเดินทางไม่เกิน 20 กิโลเมตร จะปรับขึ้น 5 บาท แต่กรณีเดินทางเกิน 20 กิโลเมตร จะปรับอัตราค่าผ่านทางต่ำสุด 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 25 บาท โดยคิดตามระยะทาง


อย่าเชื่อ 11 แอปพลิเคชัน หลอกลงทุนเงินดิจิทัล เทรดทองเทรดเหรียญ

ถอนสภาพที่ดิน "นาจอมเทียน" จ.ชลบุรี เพื่อตั้งสำนักงานอัยการสูงสุด

การชะลอหรือการปรับขึ้นค่าผ่านทางดังกล่าว เป็นไปตามสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการทางพิเศษฉลองรัช และโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี (Revenue Transfer Agreement : RTA) กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย TFFIF ในข้อ 4.4 การปรับค่าผ่านทางที่ระบุว่า

เมื่อมีการพิจารณาตามข้อ 5.4 (1) แล้วปรากฎว่าจะต้องปรับค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นทาง กทพ. จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการที่ระบุไว้ในกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น เพื่อให้มีผลบังคับภายในวันที่ 1 ก.ย. ของปีเดียวกับที่ได้มีการพิจารณา

หาก กทพ. ได้ดำเนินการต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว แต่ไม่มีการปรับอัตราค่าผ่านทางหรือไม่สามารถปรับอัตราค่าผ่านทางได้เต็มจำนวนที่คำนวณได้ หรือมีการปรับอัตราค่าผ่านทางล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้ถือว่า กทพ. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อนี้ครบถ้วนแล้ว และไม่ถือว่าเป็นเหตุให้ กทพ. ผิดข้อสัญญาหรือทำให้กองทุนฯ มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายค่าชดเชยหรือเงินเพิ่มใดๆ จาก กทพ.

โดยการชะลอการปรับค่าผ่านทางออกไปอีก 6 เดือน จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน คิดเป็นเงินกว่า 233 ล้านบาท

การปรับค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี นั้น เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย TFFIF โดยเริ่มพิจารณาปรับอัตราค่าผ่านทางวันที่ 1 มี.ค. 2566 และ กทพ. จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2566

ก่อนหน้านี้ กทพ. ได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการปรับค่าผ่านทางตามสัญญาในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี (RTA) รวมถึงพิจารณาปรับค่าผ่านทางทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี- สุขสวัสดิ์) ซึ่งครบรอบ 5 ปี โดยคำนวณตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) จะปรับขึ้นประมาณ 10% หรือประมาณ 5 บาท

คอนเทนต์แนะนำ
ราคาน้ำมันโลกแนวโน้มลด จากปัญหาอุปทานเริ่มคลี่คลาย
ราคาทองวันนี้ "ลงต่ออีก 50 บาท" เงินบาทแข็งกดดัน
ส่องนาฬิกา 'ทักษิณ ชินวัตร' วันกลับประเทศไทย แพงระยับหลักร้อยล้าน !

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ