ครม.จัดหนัก 2 มาตรการช่วยชาวนา พยุงราคาข้าวเปลือก ลุยแทรกแซงตลาด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คณะรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวนา ทั้งสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว ให้สถาบันเกษตรกร กว้านซื้อข้าวเปลือกแทรกแซงตลาด เพื่อพยุงราคาข้าวหอมมะลิ

“ธรรมนัส” จ่อชง ครม. รักษาราคาข้าวเปลือก 10,601 ล้านบาท หนุนชะลอขาย-เก็บในยุ้งฉาง

เงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท จะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวนา เนื่องจากข้าวเปลือกหอมมะลิ ที่จะทยอยมาในช่วงเดือน พ.ย. จำนวน 9.5 ล้านตัน ขณะนี้ราคาตลาดข้าวเปลือกแห้งความชื่น 25%  ราคาควรจะอยู่ที่ 12,300 บาทต่อตัน แต่ตลาดรับซื้ออยู่ที่ 11,000 บาทต่อตันเท่านั้น กระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ จึงต้องเข้าแทรกแซงราคาเพื่อดึงราคาข้าวให้ปรับเพิ่มขึ้น ผ่าน 2 มาตรการ  ได้แก่

 

1. สินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ความชื่น 25% ให้ชาวนาเก็บข้าวเปลือกไว้ก่อนในยุ้งฉางและสถาบันการเกษตร นาน 5 เดือน เป้าหมาย 3 ล้านตัน โดยรัฐบาลให้วงเงินสินเชื่อข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 12,000 บาท พร้อมจ่ายดอกเบี้ยให้ทั้งหมด และให้ค่าเก็บรักษาข้าวอีก 1,500 บาทต่อตัน รวมทั้งหมด 13,500 บาท สูงกว่าราคาตลาดราว 2,500 บาทต่อตัน

ทั้งนี้หากฝากข้าวเปลือกไว้ที่สถาบันเกษตรกร รัฐบาลจะจ่ายให้กับสถาบันเกษตรกร 1,000 บาท และให้ชาวนา 500 บาท

 

2. สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้สินเชื่อกับสถาบันเกษตรกร เข้าแทรกแซงตลาดด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้น 25% ในราคาตันละ  12,200 บาทต่อตัน และหากขายได้แล้ว จะแบ่งกำไรให้ชาวนาอีก  300 บาท ซึ่งสินเชื่อนี้มีวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยอยู่ที่ 4.85% รัฐบาลจะช่วยชดเชย 3.85% ที่เหลือสถาบันเกษตรกรจ่าย 1%  โครงการนี้มีเป้าหมาย 1 ล้านตัน 

โดยทั้ง 2 โครงการนี้ รัฐบาลใช้งบประมาณจ่ายขาดจำนวน 10,601.96 ล้านบาท และสินเชื่อจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) จำนวน 44,437 ล้านบาท

 

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ทั้ง 2 มตรการนี้ มั่นใจว่าจะช่วยพยุงราคาข้าวในตลาดให้ให้ตกลงมา แลละคาดว่าจะดูดซับปริมาณข้าวจากตลาดได้ 4 ล้านตัน

ผลผลิตข้าวที่จะออกสู่ตลาดในเดือน พ.ย. มีราว 10 ล้านต้น กลไกที่ดำเนินการมี 2 ส่วน คือ ผ่านสหกรณ์ และชาวเกษตรกร ที่มียุ้งฉาง และผ่านสหกรณ์โดยตรง ใน 2 ส่วนนี้ จะดูดปริมาณข้าวออกจากตลาดได้ราว 4 ล้านตัว  ซึ่งมั่นใจว่าจะมีผลต้องราคาข้าวอย่างมีนัยะสำคัญ ช่วยประคองราคาข้าวไม่ให้ตกลงไป” นายจุลพัน กล่าว

โดยรัฐบาลเห็นความต่างเรื่องขอราคาข้าวเปลือกอย่างชัดเจน จึงเป็นสาเหตุที่ต้องมีกลไกชะลอราคาข้าว รวมถึงให้สหกรณ์การเกษตรเป็นผู้ออกราคานำตลาด เพราะฉะนั้นกลไกนี้ก็จะเป็นกลไกประคองราคาข้าวเปลือกให้ขยับสูงขึ้น  ขณะเดียวกันรัฐบาลยังไม่ชี้ปัญหาไปที่ใคร แต่ได้มีการพูดคุยผ่านคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ไปเจราจากับทั้งโรงสี และผู้ส่งออกข้าว เพื่อกลไกตลาดสะท้อนราคาที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มโรงสี ปัจจุบันโรงสีเริ่มเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ทำให้กลไกรับซื้อไม่สมบูรณ์ 100% ซึ่งกระทรรวงการคลังรับหน้าที่เข้าไปหารือกับธนาคารพาณิชย์ และธนาคารรัฐ ในสนับสนุนเรื่องของสินเชื่อ เพื่อให้โรงสีเหล่านี้สามารถกลับมารับซื้อข้าวได้เต็มกำลังอีกครั้ง

TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ