เศรษฐา เปรียบหลายรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจแบบหยอดน้ำข้าวต้ม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นายกย้ำจุดยืน เศรษฐกิจประเทศวิกฤต เดินหน้าแจกเงินดิจิทัล เปรียบหลายรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจแบบหยอดน้ำข้าวต้ม

นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางไปร่วมงาน "The Better Future Forward 2024" และปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ"Reinventing Thailand : Toward Becoming a Key Global Player  ทำประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม : สู่พลังขับเคลื่อนหลักในเวทีโลก"โดยช่วงหนึ่ง นายกฯ พูดถึงการผลักดัน นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต  ย้ำว่า

ปธน.เยอรมนีเยือนไทยในรอบ 22 ปี เศรษฐาหารือ กระชับสัมพันธ์ ดันเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยยังไม่วิกฤต ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ระบุ เพียงแต่ขยายตัวต่ำกว่าคาด

จุดยืนของรัฐบาลยังคงชัดเจน เศรษฐกิจประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

 

นายกฯ ย้ำจุดยืน เศรษฐกิจประเทศวิกฤต เดินหน้าแจกเงินดิจิทัล เปรียบหลายรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจแบบหยอดน้ำข้าวต้ม พีพีทีวี
เศรษฐา เปรียบหลายรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจแบบหยอดน้ำข้าวต้ม

ไม่สามารถสู้กับต่างประเทศได้ ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย  มาเลเซีย  และกัมพูชา ซึ่งประเทศเหล่านี้มีการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ปีที่แล้ว สูงกว่าไทย

นอกจากนี้ นายกฯ ยังเปรียบเทียบประเทศไทย เหมือนกับพีระมิด ที่ คนที่มีเงินจำนวนมากอยู่ที่ฐานบน ส่วนคนที่มีรายได้น้อยอยู่ฐานล่าง ทำให้มีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่จำนวนมาก 

หลายรัฐบาลที่ผ่านมา มีการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหยอดน้ำข้าวต้ม แจกเงินครั้งละ 500 ครั้งละ 1,000 บาท  10 ปีผ่านไป เศรษฐกิจขยายตัวแค่ 1.8% เป็นวิธีการที่ไม่ได้ผล จึงต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 

หากไทยเป็นประเทศเดียวในโลก การที่ GDP โตแค่ 1.5% อาจจะไม่เป็นไร แต่วันนี้เราแพ้คู่แข่งหลายเท่าตัว จะทำให้โอกาสของประเทศมืดมน ถ้าไม่มีมาตรการอะไรเกิดขึ้น การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อย่างดิจิทัลวอลเล็ต  เป็นนโยบายที่หลายคนเห็นด้วยและอีกหลายคนก็ไม่เห็นด้วย

นายกฯ ย้ำจุดยืน เศรษฐกิจประเทศวิกฤต เดินหน้าแจกเงินดิจิทัล เปรียบหลายรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจแบบหยอดน้ำข้าวต้ม ทำเนียบรัฐบาล
นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางไป "The Better Future Forward 2024" และปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ"Reinventing Thailand : Toward Becoming a Key Global Player  ทำประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม : สู่พลังขับเคลื่อนหลักในเวทีโลก"

นายกฯ ย้ำว่า วิธีการแจกเงินงบประมาณเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และ ต้องรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน  เชื่อว่า หากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเกิดขึ้น ภาคการผลิตก็จะพร้อม ผลิตสินค้าออกสู่ตลาดมากขึ้น เพราะจะมีเม็ดเงินใหม่ เติมเข้าไปในระบบประมาณ 500,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน การสั่งสินค้า เงินในกระเป๋าของประชาชนจะเพิ่มขึ้น

ย้ำว่ารัฐบาลมีกลไกในการควบคุมการใช้จ่ายเงิน ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทุกอำเภอ ทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

 

เอกชนแนะรัฐเร่งเครื่องฟื้นGDP สร้างความเชื่อมั่น

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ระบุว่า ตัวเลข GDP  ปี66  ที่กระทรวงการคลัง คาดการณ์ ขยายตัว 1.8% ถือว่าต่ำกว่าที่ภาคเอกชนประเมินมาก  ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันหรือ กกร.ได้มีการแถลงก่อนหน้านี้ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจ ของประเทศจะโตที่ 2.5 ถึง 3 % เทียบกัน ถือว่าน่าตกใจ

ตัวเลข เศรษฐกิจที่ โต1.8 % เป็นค่าเฉลี่ย ที่เทียบเท่ากับ เศรษฐกิจไทย 10 ปีย้อนหลัง เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ในภูมิภาคเดียวกัน  ถือว่า GDP ต่ำมาก เป็นสัญญาณที่เตือนให้ต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งภาคการผลิตภาคบริการ เพื่อให้สามารถ แข่งขันได้และมีมูลค่าสูงขึ้น

นายเกรียงไกร ยอมรับว่า เป็นงานหนักทั้งภาครัฐและภาค เอกชน เพราะอาการของเศรษฐกิจที่ การขยายต่ำกว่าเป้า  จะต้องมีมาตรการออกมากระตุ้น เพื่อฟื้นตัวเลข GDP ให้ได้ตามเป้าที่ 5% เพื่อทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจขับเคลื่อนข้างหน้า ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น  จะได้หลุดพ้นจากกับดักที่ตัวเลข GDP โตไม่ถึง 2%

นายกฯ ย้ำจุดยืน เศรษฐกิจประเทศวิกฤต เดินหน้าแจกเงินดิจิทัล เปรียบหลายรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจแบบหยอดน้ำข้าวต้ม ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 "ธนวรรธน์" ห่วงคลังประเมิน GDP ปี66 ต่ำกว่าเป้า  ชี้ เป็นผลจากนโยบายการคลังพลาดเป้า ทำเศรษฐกิจเปราะปราง

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นถึงกรณีที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง แถลงตัวเลข GDP ปี 66โตเพียง 1.8%

ตัวเลขที่ออกมาเป็นที่น่าตกใจ และน่ากังวล เพราะจากตัวเลขประมาณการของกระทรวงการคลังในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี66 จะขยายตัวที่ 2.7% ขณะเดียวกันหลายๆสำนักวิจัย ต่างคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 66 จะโตไม่ต่ำกว่า 2.5%

อาจารย์ธนวรรธน์  วิเคราะห์ว่าปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขคาดการณ์ของกระทรวงการคลังออกมาต่ำกว่าเป้า น่าจะมาจาก การใช้จ่ายภาครัฐที่ ติดลบ งบประมาณ ยังไม่ได้ถูกเคลื่อนออกมาใช้จ่าย ทำให้เศรษฐกิจขาดแรง การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐติดขัด  เกิดเงินช็อตในระบบเศรษฐกิจ เพราะงบประมาณภาครัฐ ที่หวังจะให้ออกมาทันในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีไม่เป็นไปตามแผน 

ขณะที่การส่งออกและการบริการ ลดต่ำลงมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยปี 66 หลุดเป้า

อาจารย์ธนวรรธน์ ระบุด้วยว่า ตัวเลข GDP ปี 66 ที่ออกมาต่ำเกินคาด ยังสะท้อนนโยบายการคลังที่ไม่ตรงตามเป้า ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางจำเป็นต้อง หน่วยงานด้านนโยบายการเงินการคลังจะต้องกลับมาทบทวน หานโยบายการคลังที่มีกระตุ้นเศรษฐกิจโดยด่วน   แต่ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้วิกฤต ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังไม่ได้มีการปรับประมาณการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 66 เชื่อว่ายังโตได้ ที่2.5%

อาจารย์ธนวรรธน์ ระบุด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือ ประมาณการเศรษฐกิจปี 2567 ของกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 2.8%และยังไม่รวมผลของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ต่ำกว่า 3.2%  เป็นจุดที่รัฐบาล รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และรองรับหากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตล่าช้าออกไปอีก

วิเคราะห์บอล! เอเชียน คัพ 2023 ซาอุฯ พบ ทีมชาติไทย 25 ม.ค.67

พยากรณ์อากาศล่วงหน้าช่วง 27 ม.ค.-2 ก.พ. ฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิสูงขึ้น

ฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 ได้ 14 ทีม เข้ารอบน็อคเอาท์

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ