เปิดข้อดี "ปลดหนี้" บีทีเอส กทม.จ่ายแล้ว 2.3 หมื่นล้านบาท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กทม.แจง ข้อดี ปลดหนี้ 2.3 หมื่นล้าน ให้ บีทีเอส คนกรุงเทพฯ ได้อะไร ส่วนค่าโดยสารจะลดหรือไม่อยู่ที่การทำสัมปทานใหม่

กทม.ติดหนี้รถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเป้นหนี้ค่าติดตั้งระบบรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เกิดจากการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปี พ.ศ.2560 โดยแบ่งเป็น

  • ส่วนต่อขยายที่ 1 อ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า 
  • ส่วนต่อขยายที่ 2 แบริ่ง-สมุทรปราการ และ หมอชิต - คูคต 

โดย กทม.ได้ดำเนินการจ่ายหนี้ก้อนนี้เรียบร้อยแล้ว 2.3 หมื่นล้านบาท พร้อมระบุถึงข้อดีของการจ่ายหนี้ดังกล่าวว่า 

คอนเทนต์แนะนำ
มหากาพย์หนี้บีทีเอส 10 ปี กทม.จ่ายหนี้ 23,000 ล้านบาท
โอนคืนรัฐ กทม.เลิกสร้างรถไฟฟ้าสายสีเงิน-สีเทา-สีฟ้า

กทม.จ่ายหนี้บีทีเอส เฟซบุ๊ก กทม.
การจ่ายหนี้บีทีเอสไม่มีผลต่อค่าโดยสาร

  1. กรุงเทพฯ ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในระบบไฟฟ้าเครื่องกล (E&M) อย่างถูกต้องไม่เกิดปัญหาการโต้แย้งความเป็นเจ้าของกับเอกชน
  2. ลดความเสี่ยงในการถูกฟ้อง และการคิดดอกเบี้ยผิดนัดเช่นเดียวกับค่าจ้างเดินรถ (O&M) 
  3. กรุงเทพฯ มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นในการจัดการเดินรถเนื่องจากเป็นเจ้าของทรัพย์สิน 
  4. ลดภาระค่าดอกเบี้ยในการจัดหา ตามสัญญาจ้างติดตั้งระบบเดินรถ ซึ่งมีค่าดอกเบี้ยประมาณวันละ 3 ล้านบาท

 จ่ายหนี้แล้วจะปรับลดค่าโดยสาร หรือไม่? 

กทม. ระบุว่า การจ่ายหนี้ค่าจ้างงานติดตั้ง ระบบเดินรถ ไม่มีผลต่อค่าโดยสารในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเงินที่ค้างชำระตั้งแต่ปี 2560 เมื่อจ่ายหนี้ครบแล้ว กทม. จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและไม่ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยผิดนัดอีก ในอนาคต หากต้องมีการทำสัมปทานใหม่ กทม. จะมีอำนาจในการเจรจาต่อรองราคาอัตราค่าโดยสารกับผู้รับสัมปทานได้

 

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ