ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เสี่ยงได้ไม่คุ้มเสียเหตุ เพิ่มภาระหนี้ล้น


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เสี่ยงได้ไม่คุ้มเสียเหตุ เพิ่มภาระหนี้ล้น กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวไม่ได้

ยังเป็นจับตาจากสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท โดยเฉพาะสถานะทางการคลังของไทย โดยตามความเห็นของ ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)  มองว่า งบประมาณประเทศเสี่ยงต่อการอยู่ในสภาวะขาดดุลสูงอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถออกแบบให้เกิดการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้

และนำมาสู่ความอ่อนแอของวินัยการคลัง ที่อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ

คอนเทนต์แนะนำ
"โกลเบล็ก” คัด 6 หุ้นเด่น รับนโยบาย Digital Wallet
ลุ้นมือถือ-เครื่องใช้ไฟฟ้า ร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตได้หรือไม่

ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)

โดยรัฐบาลหวังว่าโครงการโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงครั้งเดียว จะทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 1% กว่าๆ ของ GDP

แต่โจทย์ที่ยาก คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว เพราะการกระตุ้นระยะสั้นจะไม่ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพียงพอในการนำมาใช้คืนหนี้เงินกู้ในอนาคตได้

ห่วงหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในระยะอันใกล้ ยก “Worst-case scenario ที่สุดที่จะเกิดขึ้นคือ

หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในระยะอันใกล้นี้ จะทำให้งบประมาณของประเทศมีความตึงตัวมาก เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถกู้เพิ่มได้อีกแค่ไหน เพราะช่วงโควิดไทยเราก็ไปขยายกรอบวินัยการเงินการคลังแล้วรอบหนึ่ง ให้สามารถมีหนี้สาธารณะได้มากถึง 70% ของ GDP

เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดวิกฤตอีกจะไปเพิ่มแรงกดดันในเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่วิกฤตฉุกเฉินจริงๆ เช่น วิกฤตที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ ที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ความผันผวนของตลาดการเงินโลก หรือโรคระบาดเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เป็นต้น 

เสี่ยงหนี้ล้น จากการใช้งบประมาณ 3 ก้อน

ในส่วนของแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ ต้องดูว่ารัฐบาลจะดึงงบประมาณมาจากส่วนไหน ในปีงบประมาณ 2567 เพราะอาจไปเบียดบังงบประมาณเดิมที่จริงๆ แล้วมีการจัดสรรไว้เพื่อดำเนินโครงการที่มีความจำเป็นต่างๆ เหล่านั้นให้น้อยลง

ส่วนงบประมาณปี 2568 ที่เป็นการขยายวงเงินงบประมาณรายจ่าย ขณะที่ประมาณการรายได้ยังคงเดิม ทำให้การขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น ก็ต้องมีการกู้เงินเพิ่มขึ้น จะไปซ้ำเติมภาระทางการคลังที่มีอยู่แล้ว จากการดำเนินนโยบายการคลังแบบขาดดุลมาเกือบ 30 ปีให้มีความมากขึ้นไปอีก

สำหรับก้อนสุดท้ายจาก ธ.ก.ส. ที่จะอิงกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 ในมาตรา 28 ที่ระบุไว้ว่ารัฐบาลสามารถมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐ เช่น ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ดำเนินกิจกรรมมาตรการหรือโครงการได้ โดยรัฐบาลรับภาระจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินการนั้นให้ในภายหลัง ซึ่งที่ผ่านมาโครงการที่ใช้จ่ายตามมาตรา 28 นี้ก็มีค่อนข้างมากอยู่แล้ว และมีหนี้ที่เป็นภาระผูกพันสูงมากด้วย

ดังนั้นถ้ามีการนำไปใช้เพิ่มจากโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตผ่าน ธ.ก.ส. อีกอาจจะทำให้ภาระที่รัฐต้องรับชดเชยค่าใช้จ่าย แตะหรือเกินเพดานที่กำหนดไว้ว่า ภาระที่รัฐต้องชดเชยดังกล่าว ต้องมียอดคงค้างทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 32% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และหนี้ที่เป็นภาระผูกพันที่รัฐบาลต้องจ่ายชดเชยแก่ ธ.ก.ส. จะสูงกว่า 8 แสนล้านบาท

ซึ่งอาจทำให้หลายโครงการที่เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อย ที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ผ่านหน่วยงานของรัฐ ถูกชะลอไปก่อนด้วย

อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้รอบคอบ เพราะจริงๆ แล้วยังมีการใช้งบประมาณในลักษณะอื่นที่สามารถทำให้เกิดการพัฒนาประเทศ เช่น นำเงินไปใช้ในโครงการที่สามารถยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว หรือทำให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่เข้าถึงประชาชนได้เช่นเดียวกัน

 

ตรวจหวยงวดนี้ - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ลอตเตอรี่ 2/5/67

ประกาศเตือนฉบับที่ 3 “พายุฤดูร้อน” 32 จังหวัดเตรียมรับมือ 3-4 พ.ค.

อาหารแก้อ่อนเพลีย-เหนื่อยง่าย เติมความสดชื่น จากการขาดวิตามินบางชนิด

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP เศรษฐกิจ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ