พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




12 สิงหาคม ชวนแม่เที่ยวรับแม่ เปิดพิกัด 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

วันแม่” ปีนี้ เป็นวันหยุดพักผ่อนของใครหลาย ๆ คน สำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว ที่จะพาแม่ออกนอกบ้านบ้าง แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งสุขภาพของแม่ เวลางานของลูก และงบประมาณ การชวนแม่ขึ้นรถไฟฟ้าท่องเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับอาจตอบโจทย์มากกว่า หลังรถไฟฟ้ามหานคร MRT สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง, รถไฟฟ้า BTS, รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT รวมถึง รถไฟฟ้าสายสีทอง จัดกิจกรรมวันแม่ ยกเว้นค่าโดยสารให้คุณแม่โดยสารได้ฟรีตลอดเส้นทางด้วย

ข่าวจริง ! วันแม่ 12 ส.ค. 65 พาแม่ขึ้น BTS-BRT-รถไฟฟ้าสายสีทอง ฟรี

12 สิงหา วันแม่แห่งชาติ นั่งรถไฟฟ้าฟรี “สายสีน้ำเงิน-ม่วง-ชานเมืองสายสีแดง”

 

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

ทีมข่าวนิวมีเดียพีพีทีวีจึงได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวติดสถานีรถไฟฟ้าที่น่าสนใจมาให้ลูก ๆ ที่อยากพาคุณแม่ไปเที่ยวในวันหยุดนี้ ดังนี้

 

1.) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

“หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” หรือที่มักเรียกกันว่า “หอศิลป์ กรุงเทพฯ” เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะใจกลางเมือง ที่รวบรวมผลงานทางศิลปวัฒนธรรมในทุกแขนงสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ นำมาจัดนิทรรศการหมุนเวียนกันไปตามผลงานของศิลปิน

นอกจากนี้ภายในอาคารยังมีคาเฟ่ ร้านขายของอาร์ต ห้องสมุดประชาชน ให้ได้เดินชิล ๆ ถ่ายรูปคู่กับผลงานศิลปะต่าง ๆ ที่แห่งนี้จึงกลายเป็นที่นิยมในการรวมตัวของผู้ชื่นชอบงานศิลปะ

วันเวลาทำการ : เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ วันหยุดปีใหม่ และสงกรานต์)

การเดินทาง : BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกที่ 3

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

2.) พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน 

“พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน” เดิมเป็นบ้านของ เจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน นักธุรกิจผู้ประกอบการชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัทอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยจิม ทอมป์สันที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แต่ในปี 2501 จิมออกเดินทางไปพักผ่อนที่แคมเมอรอนไฮแลนด์ส ประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้าป่าที่ห้อมล้อมอยู่และไม่ได้กลับมาอีกเลย

ระหว่างที่จิมยังใช้ชีวิตอยู่ที่เรือนไทยหลังนี้ เขาสะสมของโบราณมาก่อน ทำให้มีผู้มามอบของเก่าหายากให้เขาอยู่เสมอ ในพื้นที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยศิลปวัตถุโบราณและศิลปะร่วมสมัยมากมาย โดยเฉพาะงานศิลปกรรมของเอเชีย เช่น ภาพวาดศิลปะไทยบนผืนผ้าใบและใบลาน ไม้แกะสลักรูปพระพุทธเจ้าปางปาลิไลยก์ เครื่องกระเบื้องจีน โกลนช้าง หรือ ประตูโรงรับจำนำสมัยเก่า

และเนื่องจากเขามีเพียงหลานเท่านั้น ในปี 2519 จึงก่อตั้งเป็นมูลนิธิ เจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับมอบหมายในการสงวนรักษาศิลปะและมรดกวัฒนธรรมไทย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้เราได้เข้าไปสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยผ่านศิลปวัตถุโบราณที่หาชมที่อื่นได้ยาก

นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีร้านผ้าไหม จิม ทอมป์สัน” และร้านอาหาร “Jim Thompson Restaurant and Wine Bar” ให้เราได้พาคุณแม่ไปซื้อเสื้อผ้า ตุ๊กตา ผ้าคลุมไหล่ที่ทักทอด้วยเส้นไหมที่เป็นเอกลักษณ์ของจิมทอมป์สัน หรือไปนั่งทานอาหารไทยและอาหารฟิวชันร่วมกัน

วันเวลาทำการ : เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ วันหยุดปีใหม่ และสงกรานต์)

การเดินทาง : BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกที่ 1

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 บาท, ผู้มีอายุต่ำกว่า 22 ปี 100 ปี (ต้องแสดงบัตรประชาชน) และ เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ เข้าฟรี

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”
พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

3.) ตลาดพลู

ถ้าพูดถึงของอร่อยใกล้กรุงเทพ ก็ต้องมาที่ ตลาดพลู” แหล่งของกินฝั่งธนบุรีที่ใคร ๆ ต่างก็ยกนิ้วให้ ที่สำคัญเรายังสามารถพาคุณแม่มาทานอาหารได้ตั้งแต่ตอนเช้ายาวไปจนถึงเย็น เรียกได้ว่ามาเวลาไหนก็มีของกินให้เลือก

แต่ละร้านอร่อยขึ้นชื่อมาก ๆ มีทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน รวมไปถึงร้านที่เปิดมานานนับสิบปี บางร้านคนแน่นมากจนต้องมาจับจองคิวตั้งแต่เนิ่น สำหรับเมนูที่หลายคนแนะนำมาว่าพลาดไม่ได้เมื่อไปเยือนตลาดพลู ก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ต.จันทร์เพ็ญ, สุณีข้าวหมูแดง, ขนมกุยช่ายแป้นศรี,  กระเพาะปลานายบ๊วย, ผัดไทลูกชายบางสะแก, ฉอเล้ง หมี่กระเฉด, บะหมี่ตงเล้ง, หลีเฮง คั่วไก่, เจ๊บิ เปาะเปี๊ยะสด, ขนมไทยโบราณ ปากซอยเทอดไท 25, เล็กหงษ์ ข้าวต้มปลา, สรินทร์ทิพย์ ขนมเบื้องไทย, หมี่กรอบจีนหลี, ขนมเค้กโบราณ และ นิ-อ่าง ไอศกรีมกะทิไข่แข็ง เป็นต้น

วันเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00-02.00 น.

การเดินทาง : BTS ตลาดพลู ทางออกที่ 2

 

4.) ตลาดเยาวราช

ส่วนใครที่มองหาแหล่งรวมอาหารสตรีทฟู้ด ที่สามารถมาเดินเล่น นั่งเล่นได้แบบชิล ๆ ตลาดเยาวราช” นับว่าไม่ควรพลาด ตลาดแห่งนี้มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านอาหารริมทางมากมายให้เราได้พาคุณแม่ไปทานอาหารได้ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงค่ำเช่นเดียวกับตลาดพลู

เยาวราชเป็นอีกหนึ่งย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นแหล่งพักอาศัยของลูกหลานชาวจีน ยังเป็นย่านค้าขายมาอย่างยาวนาน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นร้านอาหารน่าอร่อยกระจายอยู่เต็มพื้นที่

สำหรับร้านอาหารที่หลายคนบอกต่อกันมา ได้แก่ ร้านไล่ เฮง โภชนา ร้านสุกี้โบราณสไตล์ไหหลำที่สืบทอดกันมานานกว่า 50 ปี, ร้านขนมจีบแป๊ะเซี้ยะ ขนมจีบแต้จิ๋วสูตรโบราณที่ขายมานานกว่า 100 ปี, ร้านก๋วยจั๊บนายเอ๊ก ร้านก๋วยจั๊บสูตรเก่าแก่กว่า 60 ปีที่ได้รับการยอมรับระดับมิชลิน, ร้านกาย&เก้า ปลาหมึกเยาวราช ร้านที่มีปลาหมึกให้เลือกหลายแบบ ทั้งหนวดล้วน ไข่ล้วน หรือทั้งตัว เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้านจนหลายคนต้องรอต่อคิวแน่น, ร้านหอยจ๊อปูทอง ที่ใส่เครื่องแน่น ๆ รสชาติกลมกล่อม เป็นสูตรลับของเยาวราชยาวนานกว่า 45 ปี

ร้านเอ็กเต็งผู่กี่ ร้านกาแฟที่เป็นเหมือนตำนานสภากาแฟแห่งเยาวราชที่มีมานานกว่า 100 ปี, ร้านเชงเลี้ยง ร้านน้ำสมุนไพรเล็ก ๆ ที่เปิดมานานกว่า 60 ปี หรือ ร้าน Sweettime ร้านขนมหวานที่ได้ชื่อว่าคิวยาวตลอดทุกวันประจำเยาวราช มีขนมหวานทั้งแบบร้อนและเย็นให้เลือกกว่า 50 เมนู ราคาตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อย

วันเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 07.00-02.00 น.

การเดินทาง :  MRT วัดมังกร ทางออกที่ 1

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”
พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

 

5.) เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique the riverfront)

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าพาคุณแม่ไปถ่ายรูป นั่งชิงช้าสวรรค์ชมวิวกรุงเทพฯ หรือพาไปทานอาหารมื้ออร่อยร่วมกัน คือ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์”

พื้นที่แห่งนี้ มีคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากมายให้คุณแม่ได้มานั่งชิล หรือจะเลือกเดินชอปปิงก็ได้ เช่น คาเฟ่ปะแล่ม ปะแล่ม ร้านเรือนกระจกสไตล์ลอฟท์, เรือสิริมหรรณพ ห้องอาหารและบาร์บนเรือสามใบเถาที่ใหญ่ที่สุดในแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กแห่งใหม่ริมฝั่งเอเชียทีค โซนของที่ระลึกและของตกแต่งบ้าน หรือโรงละคร หุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ ที่รองรับผู้ชมได้มากกว่า 400 ที่นั่ง เป็นต้น

แต่ไฮไลท์ที่สำคัญ อยู่ที่โซนกราฟฟิตี้ ของโครงการที่ทอดยาวไปถึงฝั่งแม่น้ำ และชิงช้าสวรรค์ หรือ Bangkok Eye ความสูง 60 เมตร ที่สามารถขึ้นไปนั่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวเมืองยามค่ำคืนได้ แนะนำว่าหากใครมีเวลาว่างก็อยากให้ขึ้นไปนั่งชมวิวช่วงเย็น ๆ ที่พระอาทิตย์ตกกำลังลับขอบฟ้า เพราะจะได้เห็นแสงพระอาทิตย์สีส้มอมเหลืองสะท้อนกับผืนน้ำ ยิ่งสวยเข้าไปอีก

วันเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น.

การเดินทาง : BTS สถานีสะพานตากสิน ทางออกที่ 2

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

6.) สยามสเคป

“สยามสเคป” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางกรุงที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน ด้วยสถาปัตยกรรมอาคารสูง 10 ชั้นที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันให้มีทั้งความสวยงาม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนกรุง

โดยไฮไลท์อยู่ที่ชั้นบนสุดของอาคาร ที่มีสวนลอยฟ้าขนาดย่อม ๆ ให้ได้เดินพักผ่อน ชมวิวกรุงเทพมหานครจากด้านบนแบบ 360 องศา นอกจากนี้ยังมีที่นั่งเป็นขั้นบันไดแบบที่ไม่เหมือนใคร สลับกับการปลูกต้นไม้เอาไว้เพื่อคนกรุงนั่งทำงาน หรือนั่งพักผ่อนแบบชิล ๆ

และหากเดินลงมาจากชั้น 10 แนะนำให้ลงบันไดเลื่อนมาเรื่อย ๆ จะเจอจุดถ่ายรูปสุดชิคที่ไม่ซ้ำใคร เป็นผลงาน “ILLUSCAPE” ที่ทำด้วยเทคนิคการสะท้อน-การดูดกลับ-การแบ่งย่อย และการละลายสภาพแวดล้อมของพื้นที่  ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นภาพชิ้นส่วนขนาดเล็กรูปทรงสามเหลี่ยม ผิววัสดุสะท้อนบนพื้นผิวสีดำเงา ตัดกันอย่างสวยงาม จำนวน 8803 ชิ้น ในพื้นที่ขนาดความสูงรวม 20 เมตร จัดเรียงบนผนังอาคารภายในโถงบันไดเลื่อน บริเวณชั้น 4-7 เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทุกคนต้องมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกัน

นอกจากนี้บนสยามสเคปยังมีโซนร้านอาหาร มีคาเฟ่ไว้ให้บริการด้วย สำหรับใครที่อยากชวนคุณแม่ไปนั่งชิล ถ่ายรูปสุดชิค หรือทานอาหารแบบครอบครัว ที่แห่งนี้นับว่าไม่ควรพลาด

วันเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น.

การเดินทาง : BTS สถานีสยาม ทางออกที่ 2 หรือ 4

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

 

7.) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ กันว่า วัดโพธิ” เป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร และมี พระไสยาส” หรือ พระนอน” ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ด้วยความยาวกว่า 150 ฟุต

นอกจากนี้วัดโพธิ์ ยังเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์ แต่ละองค์ประดับประดาไปด้วยกระเบื้องเคลือบโบราณ ลวดลายดอกไม้สีสันสดใส จัดเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องชวนคุณแม่มาถ่ายรูปคู่กัน

ไม่เพียงเท่านั้น หากเดินเยี่ยมชมรอบวัดจนเหนื่อยแล้ว ยังพาคุณแม่ไปนวดที่โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพล (วัดโพธิ์) โรงเรียนต้นตำรับการนวดแผนไทยได้อีก ซึ่งอยู่อาคารตึกเก่ายุโรปฝั่งตรงข้ามวัดโพธิ์เท่านั้น  

วันเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30-17.30 น.

การเดินทาง : MRT สถานีสนามไชย

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”
พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

 

8.) วัดแขกสีลม

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี” หรือ วัดแขกสีลม” เป็นเทวสถานในลัทธิศักติ มีการนับถือเทวีเป็นหลัก ได้แก่ พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระแม่ลักษมี และพระแม่สรัสวตี เป็นเจ้าแห่งความเมตตากรุณา ดังนั้นผู้มีจิตศรัทธาจึงนิยมไปกราบไหว้บูชา และขอพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความรัก รวมไปถึง การขอบุตร การงาน และสุขภาพด้วย

ที่สำคัญในวันแม่ 12 สิงหาคมนี้ ยังตรงกับ วันวาราห์ลักษมี วรัทตัม (Vara Lakshmi Vratham Bjooja)” หรือ วันขอพรพระแม่ลักษมี” เทพีแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย และความงาม ซึ่งทางเทวสถานจะจัดพิธีบูชาแบบพิเศษในตอนเช้า เริ่ม 09.30 น. และพิธีบูชาตอนเย็น เริ่ม 17.30 น. เหมาะกับการพาคุณแม่ไปขอพรเรื่องการเจรจา การเงิน การงาน และการค้าขายให้ราบรื่นและประสบความสำเร็จด้วย

วันเวลาทำการ : วันจันทร์-พฤหัสบดี 06.00-20.00 น. วันศุกร์ 06.00-21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 06.00-20.30 น.

การเดินทาง : BTS ศาลาแดง ทางออกที่ หรือ MRT สีลม ทางออกที่

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

9.) เมืองโบราณ

เมืองโบราณ” สถานที่ท่องเที่ยวบนพื้นที่กว่า 800 ไร่ ที่จำลองสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยทั่วทั้ง 4 ภาค ในหลายยุคหลายสมัย ที่เนรมิตเป็นเมืองขึ้นมาให้เราได้ชมกัน แต่อาจมีการลดสเกลลง เนื่องจากสถานที่จริงมีขนาดกว้าง เนื้อที่อาจจะไม่เพียงพอ

สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างใหม่โดยถอดแบบมาจากแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ทั่วประเทศ เช่น ตลาดโบราณภาคใต้, ปราสาทพระวิหาร, วัดจองคำ, พระธาตุพนม, ขบวนเสด็จพยุหยาตราชลมารค หรือตลาดน้ำ เป็นต้น และก็มีบางส่วนของเมืองโบราณที่มีการยกของจริงมาตั้งไว้ที่นี่ด้วย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าชวนคุณแม่มาพักผ่อน นั่งรถรางชมโบราณสถานต่าง ๆ เพราะมาเพียงที่เดียว แต่เหมือนได้เดินทางเที่ยวทั่วไทย

วันเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.

การเดินทาง : BTS สถานีเคหะฯ ทางออกที่ 3

ค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 175 บาท แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 700 บาท และเด็ก 350 บาท

 

10.) สถานตากอากาศชายทะเล บางปู

สถานตากอากาศชายทะเล บางปู” สถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสิคในจังหวัดสมุทรปราการ แหล่งพบปะของคนหนุ่มสาวในสมัยก่อนด้วยมีกิจกรรมที่สามารถทำด้วยกันมากมาย ทั้งการชวนกันมาดูนกนางนวล และต่อด้วยการดูพระอาทิตย์ตกดินร่วมกัน ถือเป็นสถานที่ที่เป็นตำนานแห่งรักของคนรุ่นปู่ย่าตายายของเราอีกด้วย

แต่ปัจจุบันที่แห่งนี้ก็ยังได้รับความนิยมอยู่เหมือนเดิม แต่จะเป็นการมาของครอบครัวมากกว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือคู่รักที่แห่งนี้ยังคงอบอวลไปด้วยความรัก นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจที่จะชวนคุณแม่ไปย้อนวันวาน หรือทำกิจกรรมร่วมกัน เติมเต็มความรักให้แก่กันและกันในวันแม่

วันเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 05.00-20.00 น.

การเดินทาง :  BTS สถานีเคหะฯ ทางออกที่ 3

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

พาแม่เที่ยว 10 จุดเช็กอินติดรถไฟฟ้าเส้นทาง “กรุงเทพ-สมุทรปราการ”

OR_Main OR_Main

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ไลฟ์สไตล์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ