ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัด 2 คู่บิ๊กแมทช์คืนนี้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดรังซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ต้อนรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เวลา 03.00 น. โดยงานนี้ฝั่งเจ้าบ้านยิงนำไปก่อนด้วยสกอร์ 5-2 ในยกแรก ทำให้งานนี้ทัพหงส์แดงต้องยิงนำห่าง 4 ประตูเท่านั้น จึงจะเข้ารอบได้โดยไม่ต้องต่อเวลา
ฝั่งเจ้าบ้านเพิ่งชนะทีมเยือนอย่างเอสปันญ่อลไปถึง 3-1 โดยเกมดังกล่าวไม่มีชื่อของ คาริม เบนเซม่า กองหน้าตัวเก่งอยู่ในทีม
เนื่องจากอาการบาดเจ็บข้อเท้าเล็กน้อย แต่ก็กลับมาลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว ซึ่งคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือทัพราชันชุดขาว อาจส่งเบนเซม่าลงในนัดนี้ เพื่อลงมาแผลงฤทธิ์ใส่ลิเวอร์พูลอีกครั้งหลังยิงไปถึง 2 ประตู ทำอีก 1 แอสซิสต์ในยกแรก
ส่วนแฟร์กลอง เมนดี้ แบ็กซ้ายตัวเก่งของทีมยังไม่สามารถกลับมาลงเล่นได้จากอาการเจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่เมื่อปลายเดือนมกราคม ด้านดาวิด อลาบา กองหลังมากประสบการณ์ ยังคงเจ็บกล้ามเนื้อหลังต้นขาหรือแฮมสตริง ทีมแพทย์คาดว่าจะกลับมาลงเล่นได้ภายในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ซึ่งจะอดลงเล่นในเกมนี้ไป
แต่โดยภาพรวม ทัพ “ลอส บลังกอส” ถือว่ามีความพร้อมเต็มสูบ เนื่องจาก 2 ปีกตัวเก่งอย่างวินิซีอุส จูเนียร์และโรดริโก้ พร้อมลงไปวาดฝีเท้าในสนาม กองกลางอย่างลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, เอดูอาร์ คามาวิงก้า, และเฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ พร้อมลงเชื่อมเกม และแม้จะขาด 2 กองหลังจากอาการบาดเจ็บไป แต่ทีมยังมีเอแดร์ มิลิเตา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, นาโช่ เฟอร์นันเดส, และดานี่ คาร์บาฆาล พร้อมเป็นปราการหลังป้องกันประตู และทิโบร์ กูร์ตัวส์ ก็พร้อมลงเฝ้าเสา
ด้านลิเวอร์พูล มีโมเมนตัมทีมที่ดรอปลงจากเกมเยือนไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม แพ้บอร์นมัธ 1-0 แม้ก่อนหน้านี้จะเพิ่งเปิดเอนฟิลด์ถล่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปถึง 7-0 ก็ตาม โดยเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาลูกหม้อของสโมสร ก็ออกมาแสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยมพร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ทีมว่ามีโอกาสบุกชนะมาดริดถึง 4-0 ในเกมนี้ได้ ดังเช่นการสร้างปาฏิหารย์ที่เอนฟิลด์เกมพบบาร์เซโลน่าเมื่อฤดูกาล 2018/19
ทัพหงส์แดงยังคงขาดนักเตะตัวหลักของทีมอย่างหลุยส์ ดิอาซ จากอาการเจ็บเข่า และติอาโก้ อัลคันทาร่าจากอาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบ สะโพก และกระดูกเชิงกราน ซึ่งทีมแพทย์ของสโมสรคาดว่าทั้งคู่สามารถกลับมาลงเล่นวันที่ 1 เมษายน ทันเกมพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนโจ โกเมซ กองหลังของทีมยังคงมีปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อที่ยืดเยื้อ แม้สามารถลงซ้อมได้ก็ตาม
วิกฤติแดนกลางของลิเวอร์พูลยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกมนี้ก็จะขาดจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม สเตฟาน บายเซติช กองกลางดาวรุ่ง นาบี เกอิต้า กองกลางกินีของทีม และคาลวิน แรมซีย์ กองกลางดาวรุ่งอีกรายของทีม ทำให้แดนกลางของลิเวอร์พูลอาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แม้จะมีเจมส์ มิลเนอร์ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ และฟาบินโญ่ ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่ากองกลางทั้ง 3 จะสามารถเล่นแบบท็อปฟอร์มได้ในเกมนี้
อย่างไรก็ตาม แม้จะขาดกองกลางไปมาก ลิเวอร์พูลยังคงมีแนวรับและแนวรุกที่ดุดันไม่เกรงใจใครเช่นเดิม โดยอลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารตัวสำคัญของทีมพร้อมลงเฝ้าเสา เวอร์จิล ฟาน ไดจ์, อิบราฮิมา โกนาเต้, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ พร้อมลงเป็นปราการหลังให้กับทีม ส่วนหัวหอกหลักของทีมอย่างโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ก็พร้อมลงเล่นในเกมนี้ ควบคู่กับดาร์วิน นูนเญซ และโคดี้ กัคโป สองกองหน้าที่เริ่มฉายฟอร์มเก่งขึ้นมาอีกครั้ง