วัดกันที่ตัวเลข ! Blind Test เปรียบเทียบน้ำมันเกรดพรีเมี่ยมของบางจาก
บางจากจัดทดสอบน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม 3 ชนิด ได้แก่ Bangchak Hi Premium 97, Bangchak Hi Premium Diesel S และ Bangchak E20 S EVO
PPTV Online ได้ร่วมเดินทางไปสัมผัสกับน้ำมันทั้ง 3 ชนิดของ บางจาก ภายในงาน ‘Feel The FuelTURE Today’ ที่จัดขึ้น ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ โดยเป็นการทดสอบแบบ Blind Test ให้ผู้เข้าร่วมทดสอบสัมผัสความรู้สึกในด้านต่าง ๆ อาทิ อัตราเร่ง, ความเร็วสูงสุด และ ความรู้สึก รูปแบบการทดสอบเป็นรูปแบบจับคู่เปรียบเทียบ ใช้รถยนต์รุ่นเดียวกัน แบรนด์เดียวกัน แต่เติมน้ำมันต่างชนิดกัน
รู้จักน้ำมันกลุ่มพรีเมี่ยมของบางจาก
Bangchak Hi Premium 97 นำ้มันกลุ่มพรีเมี่ยมของ แก๊สโซฮอล์ E10 มีค่าออกเทนสูงกว่า 97 ซึ่งเป็นค่าออกเทนที่สูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมใส่สารเพิ่มคุณภาพช่วยทำความสะอาดหัวฉีดทั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่และเครื่องยนต์รุ่นเก่า (หัวฉีดแบบ GDI และ PFI)
Bangchak Hi Premium Diesel S น้ำมันกลุ่มพรีเมี่ยมของ ดีเซล รองรับเทคโนโลยีเครื่องยนต์รุ่นใหม่ โดยใช้กระบวนการผลิตที่คัดแยกองค์ประกอบของเนื้อน้ำมันที่มีค่าซีเทนสูง โดยมีค่าซีเทน อยู่ที่ 70 สูงกว่ามาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานที่กำหนดไว้ขั้นต่ำ 50 พร้อมใส่สารเพิ่มคุณภาพช่วยทำความสะอาดหัวฉีดระบบ Direct Injection
Bangchak E20 S EVO น้ำมันกลุ่มพรีเมี่ยมของ แก๊สโซฮอล์ E20 ใส่สารเพิ่มคุณภาพช่วยให้เผาไหม้สมบูรณ์ทำให้เครื่องยนต์ลื่นไหล และช่วยทำความสะอาดหัวฉีดรุ่นใหม่ระบบ GDI พร้อมกันนี้ ยังป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ในระดับ A Rating
หลังจากทำความรู้จักกับน้ำมันในกลุ่มพรีเมี่ยมทั้ง 3 ชนิดของ บางจาก เป็นที่เรียบร้อยก็มาพบกับรถยนต์ซึ่งนำมาใช้ในการทดสอบครั้งนี้ ได้แก่ BMW 430i, BMW X1, Mercedes-Benz E300
รถยนต์ทั้ง 3 รุ่น จะมีจำนวน 2 คันในแต่ละรุ่น โดยมีการแยกประเภทของน้ำมันเกรดพรีเมี่ยมทั้ง 3 กลุ่มของบางจากได้แก่
- BMW 430i เติมน้ำมัน Bangchak Hi Premium 97
- BMW X1 เติมน้ำมัน Bangchak Hi Premium Diesel S
- Mercedes-Benz E300 เติมน้ำมัน Bangchak E20 S EVO
การทดสอบในครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ทดสอบด้วยรูปแบบของ Blind Test ทีมงานจะไม่บอกว่ารถยนต์ในแต่ละรุ่น คันไหนเติมน้ำมันของบางจากและคันไหนเติมน้ำมันของคู่เปรียบเทียบ ซึ่งส่วนตัวว่าแฟร์ดี ! เพราะจะได้สัมผัสกับสมรรถนะที่ บางจาก อยากแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง
สำหรับสถานีทดสอบถูกแบ่งออกเป็น 3 สถานีทดสอบหลัก ได้แก่
Acceleration Test
- ทดสอบอัตราเร่งต่อเนื่อง 0-80 กม./ชม., 0-100 กม./ชม. และ 0-120 กม./ชม.
Max Speed Test
- ทดสอบออัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง 200 เมตร
Feeling Test
- การตอบสนองของคันเร่งช่วงออกตัว 0-100 กม./ชม.
- การตอบสนองของคันเร่งช่วงความเร็วสูง มากกว่า 100 กม./ชม.
- อัตราเร่งหลังเข้าโค้ง ขึ้นเนิน
- เสียงของเครื่องยนต์
จากการได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ของ บางจาก ทั้ง 3 ชนิดนั้น ในแง่ของความรู้สึก รับรู้ได้เล็กน้อยถึงความแตกต่าง ซึ่งต้องจับความรู้สึกและอาการของตัวรถแบบละเอียดมาก ๆ ซึ่งอันที่จริงยังมีปัจจัยภายนอกอีกมากที่มีผลเกี่ยวข้องกับความรู้สึก อาทิ สภาพของรถยนต์ที่นำมาทดสอบ, การควบคุมรถ และอื่น ๆ อีกมากมาย
สิ่งที่เราสัมผัสได้นอกเหนือจากความรู้สึกที่ใช้เป็นสิ่งคาดเดาว่ารถยนต์คันไหนเติมน้ำมันสูตรพรีเมี่ยมของบางจาก แล้วนั้นคือ การสังเกตุที่บริเวณมาตรวัด เวลาใช้คันเร่งเต็ม 100% ตั้งแต่การออกตัว ดูช่วงจังหวัดการเปลี่ยนเกียร์ รอบเครื่องยนต์ของรถที่เติมน้ำมันสูตรพรีเมี่ยมของ บางจาก นั้น สามารถรีดประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้มากกว่าผ่านการใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่า ซึ่งแปลความได้ว่า การทำงานของเครื่องยนต์มีความไหลลื่นมากกว่าคู่เปรียบเทียบ
แต่สิ่งหนึ่งที่บ่งชี้ชัดว่าคันไหนเติมน้ำมันอะไรคือ ตัวเลขที่ได้จากการจับเวลา นั้นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันสูตรพรีเมี่ยมของบางจากส่วนใหญ่ทำเวลาได้ดีกว่ารถที่ใช้น้ำมันคู่เปรียบเทียบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของน้ำมันดังกล่าวผ่านตัวเลขเหล่านั้น
สรุปความรวมของการสัมผัสคุณภาพน้ำมันสูตรพรีเมี่ยมของบางจาก ทั้ง 3 ชนิดมีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ่้น 1.57-4.30% จากการเพ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศได้ลดลง ทำให้ส่งผลในเรื่องของอัตราบริโภคน้ำมันที่ดีขึ้น
ใดใดก็ตาม น้ำมันเป็นส่วนหระกอบหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวรถ แต่การบำรุงรักษาและสภาพของรถยนต์ที่ใช้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลด้านประสิทธิภาพการใช้งานด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้วหมั่นบำรุงดูแลรักษารถและใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีสูงสุดในการใช้งาน