5 สิ่งที่ควรตรวจเช็ก หลังจากเดินทางไกลในช่วงวันหยุดยาว
เมื่อกลับมาถึงแล้วนั้นสิ่งที่ควรทำคือการ เช็กสภาพรถยนต์หลังเดินทางไกลเพื่อเตรียมพร้อมกลับสู่การใช้งานในสภาพปกติให้สมบูรณ์
หลังจากเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือ เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว สงกรานต์ 2565 ได้พักผ่อนจากการทำงานต่อเนื่องและเจอครอบครัว คนที่เรารักเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก่อนเดินทางกลับก็ควรที่จะเช็กรถก่อนเดินทางกลับในวิธีเดียวกันกับตอนที่จะเดินทางไป
แต่เมื่อกลับมาถึงที่พักแล้วนั้นสิ่งที่ควรทำคือการ เช็กสภาพรถยนต์หลังเดินทางไกล เพื่อเตรียมพร้อมกลับสู่การใช้งานในสภาพปกติให้สมบูรณ์ มีจุดใดบ้างที่ควรตรวจสอบมาฝากกัน
1.สภาพยางล้อรถยนต์
วิธีการเช็กคือ ล้อหน้าให้หมุนพวงมาลัยเพื่อให้หน้ายางไปในทิศทางออกนอกตัวรถเพื่อที่จะสังเกตุอาการหรือสิงผิดปกติต่าง ๆ ของยาง และ บริเวณล้อ ส่วนยางหลังใช้วิธีการหาไฟฉายหรือจอดในที่มีแสงสว่างเพียงพอและอาจจะต้องใช้ความพยายามมากหน่อยในการสังเกตุหน้ายางของยางหลัง เนื่องจากการขับรถทางไกลอาจจะเจอพื้นผิวถนนขรุขระ ยางอาจมีการชำรุด บวม, แตก หรือ มีตะปู เศษเหล็ก ก้อนหินทิ่มแทง หรืออุดอยู่ที่ยางรถยนต์ของคุณ จะทำให้เกิดปัญหายางรั่ว หรือสภาพการจราจรที่เราอาจจมุดซ้ายป่ายขวาอาจทำให้ล้อของเราไปเบียดกับอะไรที่ไม่คาดฝัน ซึ่งถ้ามีอาการผิดปกติก็ดำเนินการพิจารณาจัดการต่อไป
2.สภาพตัวถัง-สีรอบคัน
หลังจากจอดรถเป็นที่เรียบร้อยลองเดินสังเกตรอบ ๆ คันของรถเราหน่อยว่ามีร่องรอยอะไรที่ขีดขวนตัวรถ หรือมีการบุบ ครูด อะไรมาหรือไม่จากเดิม และที่สำคัญหลังจากเดินทางไกลมาแล้วนั้น การล้างคำความสะอาดตัวรถทั้งภายในและภายนอก ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากอาจจะมีคราบติดแน่น อย่างเช่น ดินโคลน หรือ ฝุ่นที่เกาะอยู่บนสีของตัวรถและผ่านการเปียกชื้นและตากแดดซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสีในระยะยาว
3.ช่วงล่างและระบบสั่นสะเทือน
ในส่วนนี้หลังเดินทางไกลลองสังเกตุอาการช่วงล่าง และ ระบบสั่นสะเทือน ดูหน่อยว่ามีอาการผิดปกติอะไรไปหรือไม่ เช่น เสียง ก๊อกแก๊ก หรือ เสียงคลอน ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้ความเร็วหรือตกหลุมอย่างรุนแรงในขระที่เราขับขี่ช่วงวันหยุดยาว โดยอาจจะลองขับขี่สังเกตอาการโคลงตัวของตัวรถหรือการเบรกเพื่อจับอาการเวลานั่งโดยสาร รวมถึงการหมุนพวงมาลัยวังเกตุวงเลี้ยวว่าผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่
4.ไส้กรองอากาศ
ในช่วงเดินทางไกลอาจจะมีปัญหาฝุ่นมลพิษในบางพื้นที่ที่อาจจะมีความหนาแน่นมากกว่าปกกติ ทำให้ เมื่อกลับมาแล้วนั้นเราควรตรวจเช็กความสกปรกของไส้กรอกอากาศ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเองในการนำออกมาเคาะฝุ่นออกหรือการใช้ลมเป่า โดยหากปล่อยเอาไว้จะทำให้เศษฝุ่นเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มพื้นที่ตัวไส้กรองทำให้ประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นลดลง ทำให้ฝุ่นไปอุดตันที่ลิ้นปีกผีเสื้อส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานเดินไม่นิ่ง และใส้กรองตันในที่สุด
5.ระบบของเหลว
หลังการเดินทางไกลเราควรเช็คระบบของเหลวต่าง ๆ อาทิ น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเบรก, น้ำหล่อเย็น, น้ำฉีดกระจกปัดน้ำฝน เป็นต้น ว่ามีอาการพร่องหรือรั่วซึมหรือไม่ สังเกตได้จากการลดลงที่ผิดปกติเมื่อเทียบกับก่อนเดินทาง หรือการเดินทางไกลทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักจนทำให้มีการใช้ของเหลวเพื่อการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ซึ่งหากมีการรั่วซึมก็นำเข้าไปตรวจเช็คที่ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถใกล้บ้าน แต่หากเป็นเพียงการพร่องจากปริมาณที่ควรจะเป็นก็เติมเองได้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
เพียงเท่านี้สำหรับการเช็กรถหลังจากเดินทางไกล 5 วิธี เพื่อเตรียมความพร้อมกลับมาใช้ชีวิตประจำวันในการใช้รถได้อย่างเป็นปกติ และยืดอายุการใช้งานของตัวรถได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถทุกครั้งทั้งก่อนและหลังเดินทางก็จะส่งผลดีต่อระบบการทำงานในส่วนต่างๆ ของรถยนต์ แต่หากไม่มีการดูแลก็จะเสื่อมถอยไปตามสภาพการใช้งาน