ไทรอัมพ์ เปิด 3 กลยุทธ์ บุกครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดรถกลุ่ม แอดเวนเจอร์
ไทรอัมพ์ แย้มแผนเปิดตัวรถในกลุ่ม แอดเวนเจอร์ เขย่าตลาดพรีเมียมบิ๊กไบค์ให้มีสีสันช่วงครึ่งปีหลัง
นายมาร์เซโล ซิลวา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จำกัด เปิดเผยว่า 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) 2565 บริษัทได้เปิดตัวรถตักรยานยนต์ในกลุ่มโรสเตอร์ อาทิ สปีด ทริปเปิล 1200 อาร์อาร์ (Speed Triple 1200 RR) และ สปีด ทริปเปิล 1200 อาร์เอส (Speed Triple 1200 RS) ตามมาด้วยกลุ่มแอดเวนเจอร์กับการเปิดตัว ไทเกอร์ สปอร์ต 660 (Tiger Sport 660)
นอกจากนี้ ยังพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโปรโตไทป์ TE-1 และการจัดกิจกรรมมากมายเพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์การครบรอบ 120 ปี ของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เช่น การผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นไทเกอร์ 900 แรลลี่ โปร (Tiger 900 Rally Pro) คันที่ 1 ล้าน ซึ่งมาในธีมสีคัสตอมสุดพิเศษมีเพียงคันเดียวในโลก
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังของปี 2565 ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ มีกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
- การจัดโปรโมชันและกิจกรรมส่งเสริมการขายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ายุคใหม่
- การสร้างคอมมูนิตี้สำหรับลูกค้าไทรอัมพ์ผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
ขณะที่ มีแผนที่จะเปิดตัวรถจักรยานยนต์โมเดลใหม่ออกมาให้ได้ยลโฉมในเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม “แอดเวนเจอร์” ที่จะมาเขย่าตลาดพรีเมียมบิ๊กไบค์ให้มีสีสัน และเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิมให้กว้างมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการจัดทำแคมเปญการตลาดและโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทาง ทั้งผ่านศูนย์บริการฯ ช่องทางออนไลน์ และในงานมหกรรมยานยนต์ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาคึกคักโดยเฉพาะช่วงปลายปีหลังสถานการณ์โควิดเริ่มกลับมาคลี่คลาย
ตรวจสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และสลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2565
ตรวจหวย - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2565 ลอตเตอรี่ 16/8/65
นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ยังมีแผนพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ตลอดจนรักษาจุดแข็งการเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าสูงสุด และมั่นใจในแบรนด์ไทรอัมพ์ที่พร้อมดูแลรถทุกคันตลอดการขับขี่ด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก