ฮุนไดคว้าผู้บริหารมือดี 'วัลลภ เฉลิมวงศาเวช' นั่งเอ็มดีปรับภาพแบรนด์
สัมภาษณ์พิเศษ 'วัลลภ เฉลิมวงศาเวช' กับการเปลี่ยนแปลงของแบรนด์ 'ฮุนได' ในตลาดประเทศไทย ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ถึงมือผู้บริโภค
การเดินทางเข้าสู่ตลาดประเทศไทยของ ‘ฮุนได’ บริษัทแม่ประเทศเกาหลีที่เข้ามาทำตลาดเองตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมาจนถึงปัจุบันเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ในการเริ่มตั้งต้นนับหนึ่งในนาม บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด
กระทั่งล่าสุดได้ผู้บริหารมือดีสัญชาติไทยเข้าร่วมงานอย่าง ‘โอ๊ค’ หรือ วัลลภ เฉลิมวงศาเวช ซึ่งเข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เริ่มงานตั้งแต่ 1 ก.ค. 2566 เป็นต้นมา
ย้อนกลับไป ‘วัลลภ เฉลิมวงศาเวช’ ถือเป็นผู้บริหารมือดีที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการรถยนต์มาอย่างยาวนานในกลุ่มของรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมลักชัวรี่ อย่างแบรนด์ Porsche และ Audi ซึ่งมีรับผิดชอบหลักด้านบริการหลังการขาย (After Sale Service) และ ด้านการขายและการตลาด ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายที่ Audi Thailand ก่อนจะมาร่วมงานกับ ‘ฮุนได’ คือตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ
ทั้งนี้ การเข้ามาบริหาร ‘ฮุนได’ ถือเป็นความท้าทายใหม่ของชีวิต ซึ่งเปิดมุมมองความรู้ในวงการยานยนต์ให้กว้างขึ้นในรถยนต์กลุ่มทั่วไป (Mass Market) จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มพรีเมี่ยมลักชัวรี่ซึ่งมีขนาดตลาดอยู่ที่ราว 3-4 หมื่นคัน/ปี มาอยู่ในตลาดรถยนต์ที่มีขนาด 8-9 แสนคัน/ปี
การบริหารงานในตำแหน่งดังกล่าวนี้ในองค์กรข้ามชาติถือเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและไม่ได้เป็นเรื่องง่าย ซึ่งการตอบรับเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นประสงการณ์และความท้าทายใหม่ในการสร้างแบรนด์ไปพร้อมกัน
ประสบการณ์ที่สั่งสมมาและความรู้ในอุตสาหกรรมยานยนต์สามารถนำมาเชื่อมต่อใช้งานได้กับการทำงานต่อเนื่อง ซึ่งแบรนด์ ‘ฮุนได’ แม้ว่าจะอยู่ใน Mass Market แต่การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์นั้นก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แบรนด์กำหนดไว้ว่าคือ ‘ไลฟ์สไตล์โปรดักส์’
ฮุนได ส่ง Hyundai Stargazer รุกตลาดมินิเอ็มพีวี ราคาเริ่ม 7.69 แสนบาท
วัลลภ เล่าให้ฟังว่า ส่วนตัวไม่ได้มาเพื่อที่จะเจอกับความล้อมเหลว เพราะจากการศึกษาเรียนรู้องค์กรและผลิตภัณฑ์นั้นมีจุดเด่นและข้อแตกต่างเมื่อเทียบกับในตลาดอย่างมาก จึงมองว่าเป็นโอกาสอีกครั้งที่จะสร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์
หากลองนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดที่ถูกกล่าวถึงกันในวงการยานยนต์อย่างมากคือ Sale เป็นคนขายรถคันแรก ส่วน After Sale เป็นคนขายรถคันที่สอง แต่มาถึงวันนี้คำพูดหรือแนวคิดเหล่านั้นอาจจะเปลี่ยนไปตามเทรนด์ของโลก ซึ่ง ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ในวันนี้สามารถถูกแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้สิ่งเหล่านั้นจะเป็นแรงผลักดันในการขายรถคันแรกให้กับลูกค้าได้ด้วยซ้ำ
สำหรับ การเข้ามารับตำแหน่งในวันนี้ที่ ‘ฮุนได’ สิ่งที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมีทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมี 3 หัวข้อหลักด้วยกันได้แก่
- ภาพลักษณ์แบรนด์
- ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสมเหตุผล
- บริการหลังการขาย
ดังนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้ง 3 หัวข้อดังกล่าวนี้เป็นการสะท้อนถึงทิศทางการทำการตลาดระยะยาวของ ‘ฮุนได’ ที่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนภายใน 3 ปี จากนี้ โดยเรียนรู้ถึงประสบการณ์ของผู้บริโภคและแบรนด์ต่าง ๆ ทุกสัญชาติ ที่อยู่ในตลาดประเทศไทย และนำข้อดีข้อด้อยมาศึกษาปรับปรุงพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคของ ‘ฮุนได’
อย่างไรก็ตาม ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจาก ผู้จัดจำหน่าย (Distributor) รายเดิม มาสู่การดำเนินธุรกิจของบริษัทแม่ประเทศเกาหลีในวันนี้ อาจมีช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านอยู่บ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบัน ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมแล้วสำหรับการมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ทั้งด้านการขาย, ด้านผลิตภัณฑ์ และด้านบริการหลังการขาย โดยบริษัทเตรียมความพร้อมในด้านอะไหล่และการพัฒนาฝีมือบุคลากรช่างเทคนิครองรับการให้บริการและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต