GAC AION แย้มแผนเข้าเทคโอเวอร์ตั้งโรงงานผลิตอีวีในไทย
กางแผนธุรกิจ GAC AION ในไทย เปิดตัว 2 รุ่น เริ่มขาย 9 ก.ย. นี้ ขยายโชว์รูม 30 แห่งในสิ้นปีนี้ ใช้ไทยเป็นฐานผลิตใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน
บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (AION) ลงนามความร่วมมือ พันธมิตรทางธุรกิจกับ 7 ผู้แทนจำหน่าย จาก 4 ประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ Jinhui , AIONIC, V Group, Harmony Group (ประเทศไทย), 99 เมียนมาร์ (เมียนมาร์), Harmony Group (เวียดนาม) และ EV HUB (สิงคโปร์)
นายหม่าไห่ หยาง ผู้จัดการทั่วไป GAC AION Thailand Sale Co., Ltd. เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่ทำการตลาดนอกจีน โดยไทยจะเป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง ฐานการผลิตสำคัญรองรับการทำตลาดและการส่งออก
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้มีการตั้ง 2 บริษัทเพื่อแยกส่วนความชัดเจนในการบริหารงาน ได้แก่ บริษัทขาย และ บริษัทผลิต โดยมีเม็ดเงินลงทุนสะสมรวม 6,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3-5 ปีจากนี้ เพื่อตั้งฐานผลิตในประเทศไทย ซึ่งได้มีการขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเข้าโครงการสนับสนุนของภาครัฐ
ขณะที่ แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในประเทศไทย จะมีการเปิดตัว AION Y Plus เป็นรุ่นแรกในวันที่ 9 กันยายน 2566 โดยจะเปิดตัวพร้อมประกาศราคาและสามารถส่งมอบรถยนต์ได้ทันทีในล็อตแรกจำนวน 100 คัน จากนั้นจะมีการเปิดตัว AION S Plus ตามมา
สำหรับตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการทำการตลาด 2 รุ่นหลักได้แก่ AION Y Plus และ AION S Plus โดยบริษัทได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละภูมิภาค ไม่ใช่เป็นเพียงการสลับจากพวงมาลัยซ้ายเป็นพวงมาลัยขวาเท่านั้น
นอกจากนั้น บริษัทตั้งเป้าหมายอันดับ 1 ด้านยอดขายของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าภายใน 3 ปีจากนี้ และวางเป้าหมายการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการจำนวน 30 แห่ง ภายในปี 2566 ซึ่งปัจจุบันได้มีการอนุมัติแล้วจำนวน 20 แห่ง
สำหรับ โรงงานในประเทศไทยจะเป็นโรงงานแห่งแรกนอกประเทศจีน ซึ่งจะรองรับตลาดในประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 ประเทศ พร้อมการพิจารณาศักยภาพของประเทศต่าง ๆ หากมีศักยภาพก็จะมีการลงทุนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการตั้งโรงงานซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งรูปแบบ การเข้าซื้อโรงงาน หรือ การลงทุนก่อสร้างเอง โดยมีความเป็นไปได้ทุกรูปแบบ โดยยืนยันว่าจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขการลงทุนและกติกาของภาครัฐในการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน